Deathscapes
Main Article Content
Abstract
ในโลกที่มีการเผชิญหน้ากับความตายเป็นเรื่องธรรมชาติที่ทุกคนต้องพบเจอ หนังสือพื้นที่กับความตาย เปิดประตูสู่การศึกษา และสำรวจความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างชีวิตและความตายในบริบทของพื้นที่และสังคม การจัดการความตายไม่เพียงแค่เป็นหน้าที่ของครอบครัวหรือสถาบันทางการแพทย์ แต่ยังเป็นเรื่องที่มีความเชื่อมโยงลึกซึ้งกับวัฒนธรรม ประเพณี และอำนาจในสังคม โดยรวบรวมแนวคิด กรณีศึกษาจากนักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานในหลากหลายสาขา โดยสำรวจมิติของความตายในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งในบริบทของการเมือง การปฏิวัติ และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ผ่านการใช้แนวคิดภูมิทัศน์ความตาย ที่แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ไม่เพียงเป็นสถานที่เกิดเหตุการณ์ความตาย แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างความหมาย และการจดจำได้อย่างมีพลัง
หนังสือเล่มนี้ ชวนให้ผู้อ่านได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพูดคุยและเรียนรู้ เกี่ยวกับความตายในสังคมร่วมสมัยเพื่อสร้างความเข้าใจและการรับมือที่ดีขึ้นต่อการสูญเสียในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สังคมเผชิญกับความขัดแย้งและความไม่แน่นอน พื้นที่กับความตาย จึงเป็นการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการสนทนา ที่เปิดโอกาสให้เราได้มองเห็นความตายในมิติใหม่ ๆ และสะท้อนให้เห็นถึงการที่เราสามารถใช้ชีวิตร่วมกันในโลกที่ไม่แน่นอนนี้ ได้อย่างมีคุณค่าและมีศักดิ์ศรี ซึ่งสามารถสรุปและแสดงทัศนะตามแต่ละเรื่อง
Article Details

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- The copyright for this article belongs to the Social Research Institute at Chulalongkorn University. However, the views and content within are solely those of the authors.
- The views and opinions expressed in the articles published in the Journal of Social Research and Review, Social Research Institute, Chulalongkorn University, are the sole responsibility of the authors and do not reflect the views or responsibilities of the editorial board of the Journal of Social Research and Review, Social Research Institute, Chulalongkorn University. The editorial board does not reserve the rights to reproduction but requires proper citation for referencing.
References
ทิฆัมพร สิงโตมาศ. (2566). พื้นที่กับความตาย. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง.