การพัฒนาชุดการเรียนรู้มัลติมีเดีย เรื่อง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ สำหรับนักเรียน ชั้นเด็กเล็ก โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) (THE DEVELOPMENT OF MULTIMEDIA LEARNING KITS ON NATURAL PHENOMENA FOR PRE-ELEMENTARY STUDENTS AT SRINAKHARINWIROT UNIVERSITY: PRASARNMIT DEMONSTRATION SCHOOL (ELEMENTARY) )
คำสำคัญ:
ชุดการเรียนรู้มัลติมีเดีย, ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ, นักเรียนชั้นเด็กเล็กบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาชุดการเรียนรู้มัลติมีเดีย เรื่อง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของนักเรียนชั้นเด็กเล็กให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดการเรียนรู้มัลติมีเดีย 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของนักเรียนชั้นเด็กเล็ก ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยชุดการเรียนรู้มัลติมีเดีย เรื่อง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นเด็กเล็กที่มีต่อชุดการเรียนรู้มัลติมีเดีย เรื่อง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นเด็กเล็ก โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 จํานวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ 1) ชุดการเรียนรู้มัลติมีเดีย เรื่อง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ 3) แบบวัดความพึงพอใจต่อการใช้ชุดการเรียนรู้มัลติมีเดีย เรื่อง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test (Dependent Samples) ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดการเรียนรู้มัลติมีเดียที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์โดยมีประสิทธิภาพเท่ากับ 85/82 2) ค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดการเรียนรู้มัลติมีเดียเท่ากับ 0.8226 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนด้วยชุดการเรียนรู้มัลติมีเดีย สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 4) ความพึงพอใจของนักเรียนต่อชุดการเรียนรู้มัลติมีเดียอยู่ในระดับมาก การพัฒนาชุดการเรียนรู้มัลติมีเดีย เรื่อง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทำให้ผู้เรียนเข้าใจและจดจำเนื้อหาสาระส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสนใจและตั้งใจในการเรียน อีกทั้งช่วยในการพัฒนาความสามารถในการใช้สื่อ เทคโนโลยี ให้นักเรียนสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันและเตรียมพร้อมเพื่อเข้าสู่การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
Downloads
เอกสารอ้างอิง
[2] สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2562). สรุปผลการวิจัย PISA 2015. สืบค้นจาก http://www.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTER6/DRAWER056/GENERAL/DATA0000/00000070.PDF
[3] ยุพิน พิพิธกุล. (2556). การสอนคณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ: บพิธการพิมพ์.
[4] วัลลีย์ ครินชัย. (2555). การจัดการเรียนรู้ เรื่อง ปริมาตรและความจุของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากโดยใช้การเรียนรู้ที่ใช้สมองเป็นฐานสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (การศึกษาและการสอน). เชียงใหม่: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
[5] Hoerr, T.R. (2013). Fostering grit : How do I prepare my students for the real world?. Danvers, MA: ASCD.
[6] Bloom, Benjamins. (1976). Human Characteristics and School Learning. New York: McGraw-Hill Book Company.
[7] สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
[8] ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2552). สอนเด็กให้มีจิตสาธารณะ. กรุงเทพฯ: วี พรินท์ (1991).
[9] Mayer, Richard E. (2019). The promise of multimedia learning: using the same instructional design methods across different media. Learning and Instruction. 13(2), 125-139. Retrieved from
http://eric.ed.gov/?id=EJ672413
[10] Beschorner, B., and Hutchison, A. (2013). iPads as a literacy teaching tool in early childhood. Journal of Education in Mathematics, Science and Technology. 1(1), 16-24.
[11] Dick W., Carey, L., & Carey, James O. (2008). The Systematic Design of Instruction. 7th ed. Upper Saddle River, NJ: Pearson.
[12] บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
[13] National Association for the Education of Young Children & Fred Roger Center. (2012). Technology and interactive media as tools in early childhood programs serving children from birth through age 8. Retrieved from http://www.naeyc.org/files/naeyc/file/positions/PS_technology_WEB2.pdf
[14] Brito, R. (2010). ICT in Early Childhood Teachers and Children in Protuguese Pre-School. Retrieved from http://comum.rcaap.pt/bitstream/123456789/2481/1/Edulearn%202010.pdf
[15] เฉลิมชัย สุขจิตต์. (2547). แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา.
[16] คุรุสภา. (2556). ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. 2556. (2556, 4 ตุลาคม). ใน ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 130 ตอนพิเศษ 130 ง. หน้า 65-71. กรุงเทพฯ.
[17] Zeller, J. (2009). Early childhood education and beyond: Teacher-child relationships and learning. Retrieved from http://www.uknow.gse.harvard.edu/teaching/TC101-207.html
[18] O’hara, M. (2008). Young children, learning and ICT: a case study in the UK maintained sector. Technology, Pedagogy and Education. 17, 29-40.
[19] UNESCO. (2010). Recognizing the potential of ICT in early childhood education: analytical survey. UNESCO Institute for Information Technologies in Education.
[20] ทิพวัลย์ สุขเปี่ยม. (2546). การพัฒนาชุดการสอน หน่วย “สัตว์” สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาล 2. ปริญญานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต (หลักสูตรและการสอน). นครสวรรค์: บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันราชภัฏนครสวรรค์.
[21] Riddle, M. Elizabeth. (1995). Multimedia Communication: Reading Pedagogicaltraditions. Dissertation Abstracts Ondisc. 34(03), 258.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ อยู่ภายใต้การอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 4.0 International (CC-BY-NC-ND 4.0) เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น โปรดอ่านหน้านโยบายของวารสารสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าถึงแบบเปิด ลิขสิทธิ์ และการอนุญาต