ความเชื่อในพุทธธรรม สถานภาพในสถาบันสงฆ์ และความเชื่อทางการเมืองของพระสงฆ์ไทย

Main Article Content

รศ.ดร.พลศักดิ์ จิรไกรศิริ

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ


 


ในสังคมไทย พระพุทธศาสนาเป็นรากฐานที่สำคัญของวิถีชีวิตทางสังคม การเมืองและวัฒนธรรมของชาวไทยส่วนใหญ่ โดยมีสถาบันสงฆ์เป็นสัญลักษณ์แห่งการสืบต่อและมีพระสงฆ์เป็นผู้ศึกษา ปฏิบัติและถ่ายทอดหลักพุทธธรรมไปสู่พลเมือง นักวิชาการไทยหลายท่านจึงได้เพียรพยายามศึกษาความเกี่ยวข้องกันระหว่างพุทธศาสนากับการเมือง[1] เพื่ออธิบายถึงสัมพันธภาพระหว่างกันในขั้นที่จะยังประโยชน์สุขแก่ส่วนรวม และการศึกษาเหล่านี้ได้ให้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระสงฆ์กับการเมืองในหลายประการ เป็นต้นว่า การอบรมสั่งสอนหลักธรรมของพระสงฆ์กับแนวความคิดทางการเมืองของผู้ปกครองและผู้อยู่ใต้การปกครอง พฤติกรรมทางการเมืองของพระสงฆ์กับระบบการเมืองไทย และบทบาทของพระสงฆ์ที่มีต่อการพัฒนาทางสังคมและการเมือง การศึกษาเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์กับการเมืองนี้ ยังขาดการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความเชื่อของพระสงฆ์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อการกำหนดพฤติกรรมของพระสงฆ์ ทั้งทางโลกและทางธรรม การวิจัยนี้จึงต้องการศึกษาให้รู้ว่า พระสงฆ์ไทยมีความเชื่อทางพุทธธรรมและทางการเมืองอย่างไร ความเชื่อของพระสงฆ์ทั้งสองเรื่องนี้มีความสัมพันธ์กันหรือไม่อย่างไร และสถานภาพของพระสงฆ์มีความสัมพันธ์กับความเชื่อทางการเมืองหรือไม่อย่างไร รวมทั้งสถานภาพของพระสงฆ์มีส่วนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อทางการเมืองกับความเชื่อในพุทธธรรมแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร วัตถุประสงค์ของการศึกษาวิจัย เหล่านี้น่าจะมีประโยชน์ต่อการอธิบายภาพปฏิสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์กับการเมืองให้เด่นชัดยิ่งขึ้น


การวิจัยนี้มีขอบเขตเฉพาะการศึกษาพระสงฆ์ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งครอบคลุมวัด 399 แห่งในพื้นที่ 24 เขต โดยใช้วิธีการศึกษาแบบรวบรวมข้อมูล ทั้งจากเอกสารและจากการสุ่มตัวอย่างพระสงฆ์ขึ้นมาศึกษา 439 รูป ในลักษณะของการตอบแบบสอบถามและด้วยวิธีการศึกษาแบบนี้ได้มีผลสรุปของการวิจัยดังนี้


  1. พระสงฆ์ให้ความสำคัญกับความเชื่อในหลักการปกครองโดยธรรม วิธีการปกครองโดยธรรมและวิถีชีวิตที่มีธรรมมากกว่าอริยสัจ เบญจขันธ์ ไตรลักษณ์และกรรมโดยเฉพาะพระสงฆ์ที่มีระดับปริยัติธรรมและพรรษาสูง มีแนวโน้มที่จะเน้นความสำคัญของความเชื่อข้างต้นมากขึ้น

  2. พระสงฆ์มีความเชื่อทางการเมืองแบบประชาธิปไตยมากกว่าแบบอำนาจนิยมทั้งด้านหลักการ วิธีการและวิถีชีวิต โดยเฉพาะพระสงฆ์ที่มีระดับพรรษาสูง มีแนวโน้มที่จะเน้นหนักความเชื่อทางการเมืองแบบประชาธิปไตยมากขึ้น และพระมหานิกายมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับความเชื่อทางการเมืองแบบประชาธิปไตยมากกว่าพระธรรมยุต

  3. ความเชื่อทางการเมืองของพระสงฆ์มีความสัมพันธ์กับระดับการเน้นหนักเกี่ยวกับความเชื่อในพุทธธรรมค่อนข้างสูง โดยจะสัมพันธ์กับการเน้นในหลักการปกครองโดยธรรมวิธีการปกครองโดยธรรมและวิถีชีวิตที่มีธรรม มากกว่าหลักธรรมอริยสัจ เบญจขันธ์ ไตรลักษณ์และกรรม

  4. สถานภาพของพระสงฆ์ด้านปริยัติธรรมมีส่วนทำให้พระสงฆ์มีความเชื่อทางการเมืองทั้งด้านหลักการ วิธีการและวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน และนิกายกับพระสังฆาธิการมีส่วนทำให้พระสงฆ์มีความเชื่อทางการเมืองด้านวิธีการและวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน

  5. สถานภาพของพระสงฆ์ที่มีอิทธิพลต่อความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อทางการเมืองกับการเน้นหนักความเชื่อในพุทธธรรม ได้แก่  ปริยัติธรรมและพรรษา กล่าวคือพระนักธรรมและ พระเปรียญกับพระนวกะ พระมัชฌิมะและพระเถระ ที่ยิ่งมีการเน้นหนักความเชื่อในพุทธธรรมมากขึ้น จะยิ่งมีความเชื่อในหลักการ วิธีการและวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตยมากขึ้นและแบบอำนาจนิยมน้อยลง

เมื่อพิจารณาโดยสรุปรวบยอดแล้ว จะทำให้เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์กับการเมืองมากขึ้นในสาระสำคัญที่ว่า ถ้าพระสงฆ์มีความตระหนักในความเชื่อเกี่ยวกับหลักการปกครองโดยธรรม วิธีการปกครองโดยธรรมและวิถีชีวิตที่มีธรรมในระดับสูง พระสงฆ์มีแนวโน้มที่จะเชื่อในหลักการ วิธีการและวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตยมากกว่าแบบอำนาจนิยม โดยมีเงื่อนไขว่าถ้าพระสงฆ์มีระดับปริยัติธรรมและพรรษาสูงขึ้น จะทำให้ความสัมพันธ์ข้างต้นมีแนวโน้มสูงขึ้น หมายความว่า ถ้าพระสงฆ์ระดับปริยัติธรรมและพรรษาสูงขึ้นและมีความตระหนักในความเชื่อเกี่ยวกับหลักการปกครองโดยธรรม วิธีการปกครองโดยธรรมและวิถีชีวิตที่มีธรรมมากขึ้น พระสงฆ์จะมีแนวโน้มในความเชื่อทางการเมืองแบบประชาธิปไตยมากกว่าแบบอำนาจนิยม ส่วนสถานภาพด้านนิกาย พระสังฆาธิการและสมณศักดิ์มีผลต่อความสัมพันธ์ข้างต้นเพียงเล็กน้อย


คำสำคัญ: ความเชื่อในพุทธธรรม  ความเชื่อทางการเมือง  สถานภาพ


 


 


 

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จิรไกรศิริ ร. “ความเชื่อในพุทธธรรม สถานภาพในสถาบันสงฆ์ และความเชื่อทางการเมืองของพระสงฆ์ไทย”. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, ปี 6, ฉบับที่ 1, เมษายน 2019, น. 17-32, https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JMA/article/view/151321.
ประเภทบทความ
บทความวิจัย