การเสริมสร้างพลังอำนาจของผู้บริหารโรงเรียนสวนผึ้งวิทยา

Main Article Content

ศศิประภา นิ่มน่วม
สายสุดา เตียเจริญ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (๑) เพื่อทราบการเสริมสร้างพลังอำนาจของผู้บริหารโรงเรียนสวนผึ้งวิทยา (๒) เพื่อทราบแนวทางในการเสริมสร้างพลังอำนาจของผู้บริหารโรงเรียนสวนผึ้งวิทยา ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ บุคลากรของโรงเรียนสวนผึ้งวิทยา ประกอบด้วย ผู้บริหาร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนสวนผึ้งวิทยา จำนวน ๘๒ คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ ๑) แบบสอบถามเกี่ยวกับเสริมสร้างพลังอำนาจของผู้บริหารตามแนวคิดของโควี่ (Covey)  ๒) แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง เพื่อหาแนวทางการเสริมสร้างพลังอำนาจของผู้บริหาร สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ความถี่ ร้อยละ ค่ามัชฌิมเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา


ผลการวิจัย พบว่า (๑) การเสริมสร้างพลังอำนาจของผู้บริหารโรงเรียนสวนผึ้งวิทยา โดยภาพรวม
อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด ๔ ด้าน โดยเรียงค่ามัชฌิมเลขคณิตจากมากไปน้อย ดังนี้ ด้านทักษะ ด้านภาระหน้าที่การประเมินตนเอง ด้านข้อตกลงผลประโยชน์ร่วมกัน และด้านโครงสร้างและระบบที่ช่วยเหลือเกื้อกูล อยู่ในระดับมาก ๒ ด้าน โดยเรียงค่ามัชฌิมเลขคณิตจากมากไปน้อย ดังนี้ ด้านคุณลักษณะ และด้านการนิเทศตนเอง ตามลำดับ (๒) แนวทางในการเสริมสร้างพลังอำนาจของผู้บริหารโรงเรียนสวนผึ้งวิทยา ทั้งหมด ๑๐ แนวทาง มีแนวทางดังนี้ ผู้บริหารสถานศึกษาควรได้รับการส่งเสริมให้เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ มีทักษะด้านการสื่อสาร การบริหารจัดการ และ
การแก้ไขปัญหา ส่งเสริมการกำหนดเป้าหมายและความคาดหวังร่วมกัน สนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน กำหนดบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบให้สอดคล้องกับศักยภาพของบุคลากร ตลอดจนสร้างระบบการยกย่อง ชมเชย ให้รางวัล และให้ข้อเสนอแนะอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม เพื่อสร้างแรงจูงใจและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน เปิดโอกาสให้ครูและบุคลากรสามารถนิเทศและประเมินตนเองได้อย่างต่อเนื่อง พัฒนาโครงสร้างและระบบสนับสนุนการปฏิบัติงานที่เอื้อต่อการทำงาน รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการกำหนดเกณฑ์และประเมินผลการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างความรับผิดชอบและการพัฒนางานอย่างยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
นิ่มน่วม ศ., และ เตียเจริญ ส. “การเสริมสร้างพลังอำนาจของผู้บริหารโรงเรียนสวนผึ้งวิทยา”. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, ปี 13, ฉบับที่ 2, สิงหาคม 2026, น. 466-78, https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JMA/article/view/290888.
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จอมพงศ์ มงคลวนิช. การบริหารองค์การและบุคลากรทางการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๕๕.

ณัฐพล จั๋นแก้ว. “แนวทางการเสริมสร้างพลังอำนาจครูสู่ความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการศึกษาของ

สถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่”. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาการบริหารการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๖๗.

ประวิต เอราวรรณ์. การวิจัยและการพัฒนาองค์การในโรงเรียน. พิมพ์ครั้งที่ ๓. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๖๒.

พัชรมน คุ้มจินดา. “การเสริมสร้างพลังอำนาจครูของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมฐานบินกำแพงแสน”,

วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๙.

พิมพ์วิมล อภิภัทรสิริกร. “การเสริมพลังอำนาจครูของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่

การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี” วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาหลักสูตรและ

การสอน มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ๒๕๖๘.

วนิดา ทิพย์กมลธนกุล. “การเสริมสร้างพลังอำนาจของผู้บริหารกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๙”. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๖๒.

สารี ทองดำ. “การเสริมสร้างพลังอำนาจของครูโดยผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่

การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๑๒” วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช, ๒๕๖๖.

Cronbach Lee J., Essentials of Psychological Testing. 3rd ed. New York: Harper & Row

Publisher, 1974.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. “แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่สิบสาม พ.ศ.๒๕๖๗-๒๕๗๐”. (ออนไลน์) . แหล่งที่มา: https://www.nesdc.go.th/

download/Plan13/Doc/Plan13_Final.pdf [๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗].