รูปแบบการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและรูปแบบการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อรูปแบบการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จำแนกตามแผนการเรียน และ 3) พัฒนารูปแบบยุทธศาสตร์การสื่อสารการตลาดดิจิทัล สำหรับคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน เป็นการวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่างแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ผู้ให้ข้อมูลหลักสำหรับการสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 7 คน และกลุ่มตัวอย่างนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในเขตพื้นที่ภาคกลาง 12 แห่ง จำนวน 400 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่และมอร์แกน และใช้วิธีสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์และแบบสอบถาม ได้มีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามเท่ากับ .96 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1)สภาพปัจจุบันและรูปแบบการประชาสัมพันธ์ พบว่า คณะฯ ใช้กลยุทธ์ "สื่อคือสินค้าตัวอย่าง" โดยใช้แพลตฟอร์มแบบผสมผสาน เน้นการนำเสนอทักษะวิชาชีพผ่านสื่อวิดีโอคุณภาพสูง
2) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นจำแนกตามแผนการเรียน พบว่า นักเรียนกลุ่มสายอาชีพ (ปวช.) ให้ความสำคัญกับรูปแบบการประชาสัมพันธ์ด้าน 'เนื้อหาเชิงประจักษ์' และภาพความพร้อมของอุปกรณ์ ในระดับที่สูงกว่า นักเรียนกลุ่มสายสามัญ (ม.ปลาย) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากการนำเสนอผ่านสื่อที่คณะฯ ใช้งานในปัจจุบัน ได้แก่ คลิปวิดีโอสั้น และสื่อหน้าเพจ Facebook
3)ผลการพัฒนารูปแบบกลยุทธ์ "MCT-NEXT Model" ซึ่งประกอบด้วย การสร้างเนื้อหาเชิงประจักษ์ การเชื่อมโยงชุมชน และการบูรณาการเทคโนโลยี เพื่อสร้างประสบการณ์ที่นำไปสู่ความเชื่อมั่นและการตัดสินใจศึกษาต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. (2562). นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. กรุงเทพมหานคร : กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. (2566). แผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลธัญบุรี ระยะยาว 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ฉบับทบทวน. ปทุมธานี : กองนโยบาย และแผน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิภาดา รักเรียน.(2563).ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. กรุงเทพมหานคร : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สมชาย ใจดี. (2564). การสื่อสารการตลาดดิจิทัลของสถาบันอุดมศึกษาในยุค New Normal. สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. (2561). แผนอุดมศึกษาระยะยาว 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580). กรุงเทพมหานคร : บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์. (2566). รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2566. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565). สถิติการศึกษาของประเทศไทย ปีการศึกษา 2564-2565 กรุงเทพมหานคร : บริษัท พริกหวานกราฟฟิก จำกัด.
Aaker, D. A. (1991). Managing Brand Equity. New York : The Free Press.
Blackwell, R. D., Miniard, P. W., & Engel, J. F. (2006). Consumer Behavior. (10th ed.). Mason, OH : Thomson South-Western.
Kotler, P., & Armstrong, G. (2020). Principles of Marketing. (18th ed.). New York : Pearson Education.
Kotler, P., Kartajaya, H., & Setiawan, I. (2021). Marketing 5.0: Technology for Humanity. Hoboken, NJ : John Wiley & Sons.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Schiffman, L. G., & Wisenblit, J. L. (2019). Consumer Behavior. (12th ed.). New York .