ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาตามทัศนะของครูในสหวิทยาเขตนนทบุรี 1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี

Main Article Content

ศีตลา กฤติธีอธิศ
โสภา อำนวยรัตน์

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา และเพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา ตามความคิดเห็นของครูในสหวิทยาเขตนนทบุรี 1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยครูจำนวน 226 คน ในสหวิทยาเขตนนทบุรี 1 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาด้วยดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือเท่ากับ 0.996 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน     


ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาตามทัศนะของครูในสหวิทยาเขตนนทบุรี 1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี โดยรวมอยู่ในระดับมาก(  = 3.72, S.D. = 1.05) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าทุกด้านอยู่ในระดับมาก โดยสามารถเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย พบว่า ด้านมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ด้านการสร้างบรรยากาศและวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ รองลงมาคือ ด้านการมีความคิดสร้างสรรค์ และด้านการสร้างองค์กร ตามลำดับ ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ ด้านการบริหารความเสี่ยง 2) ผลการศึกษาข้อเสนอแนะการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาตามทัศนะของครูในสหวิทยาเขตนนทบุรี 1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี พบว่า ผู้บริหารควรกำหนดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการบริหารงาน ควรส่งเสริมให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรม สนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อความคิดสร้างสรรค์ ควรให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง โดยพัฒนากลยุทธ์การรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสถานศึกษา

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ศีตลา กฤติธีอธิศ, & โสภา อำนวยรัตน์. (2025). ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาตามทัศนะของครูในสหวิทยาเขตนนทบุรี 1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี. วารสารวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง, 14(2), 51–65. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/NBJ/article/view/278256
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Kareerat, S., & Paopan, C. (2024). Innovative leadership of school administrators affecting to teaching efficiency of teachers under

Khonkaen Primary Education Service Area Office 3. Journal of Education, 11(1), 163-177.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement,

(3), 607-610.

Ministry of Education. (2019) Educational Innovation Zone Act. Ministry of Education. Retrieved April 30, 2023, from

https://www.moe.go.th/พระราชบัญญัติพื้นที่

Nonthaburi Secondary Educational Service Area Office. (2024). Retrieved Annual Performance Report According to the Action Plan for

Fiscal Year 2023, Retrieved July 31, 2024, from https://main.spmnonthaburi.go.th/annualreport

Nuanthong, P. (2022). Innovative leadership of school administrators under Phatthalung Primary Educational Service Area Office 2. The

th Hatyai National and International Conference (pp. 1434-1449). Songkhla: Hatyai University.

Office of the Basic Education Commission. (2023). Basic Education Development Plan (2023-2027). Retrieved April 10, 2023, from

https://www.obec.go.th/archives/813787

Office of the National Economic and Social Development Council. (2018) National Strategy 2018-2037. , Retrieved October 13, 2023, from

https://www.nesdc.go.th/download/document/SAC/NS_PlanOct2018.pdf

Saraphon, B. (2022). Innovative leadership of administrators affecting the effectiveness of personnel management of educational

institutions under Udon Thani Secondary Educational Service Area Office. Sakon Nakhon Rajabhat University.

Silpcharu, T. (2014). Research and statistical analysis with SPSS. V Inter Print.

Wongsin, L., Unruean, P., & Pangthai, S. (2024). Innovative leadership of school administrators enhanced the effectiveness for schools

under the office of Udon Thani primary educational service area 3. Journal of Political Science Strategies, 4(1), 282-294.