การพัฒนารูปแบบการจัดการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพเชิงพุทธของชุมชนนาคูหา ตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่

Main Article Content

เกรียงศักดิ์ ฟองคำ
พระมหาสิทธิชัย ชยสิทฺธิ
พระอนุสรณ์ กิตฺติวณฺโณ
ดำเนิน หมายดี
อภิชา สุขจีน

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยเรื่อง “การพัฒนารูปแบบการจัดการท่องเที่ยวเชิงพุทธเพื่อสุขภาพของชุมชนนาคูหา ตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่” มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษารูปแบบการจัดการท่องเที่ยวเชิงพุทธเพื่อสุขภาพของชุมชนนาคูหาตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ 2) พัฒนานวัตกรรมรูปแบบการจัดการท่องเที่ยวเชิงพุทธเพื่อสุขภาพของชุมชนตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ 3) ส่งเสริมกิจกรรมการจัดการท่องเที่ยวเชิงพุทธเพื่อสุขภาพของชุมชนนาคูหาตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
การวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา กลุ่มประชากรและกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ประชาชนในชุมชนนาคูหา พระสงฆ์ในเขตปกครอง นักวิชาการ นักพัฒนาชุมชนประจำตำบล และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแพร่ รวมจำนวน 41 รูป/คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ การสนทนากลุ่มเฉพาะ การสัมภาษณ์ และการจัดเสวนาทางวิชาการ เพื่อพัฒนารูปแบบ สร้างนวัตกรรม และส่งเสริมกิจกรรมการจัดการท่องเที่ยวเชิงพุทธเพื่อสุขภาพของชุมชน
ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการจัดการท่องเที่ยวเชิงพุทธเพื่อสุขภาพของชุมชนนาคูหา ประกอบด้วย 1)กิจกรรมเดินป่าและออกกำลังกายเพื่อสัมผัสธรรมชาติ ควบคู่กับการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพจากวัตถุดิบท้องถิ่น 2) กิจกรรมทางพุทธศาสนา เช่น การฟังธรรม การฝึกสมาธิ และการปฏิบัติวิปัสสนา เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตและจิตใจ 3) การเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชนที่เรียบง่ายและยั่งยืน รวมถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมเกษตรอินทรีย์และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ 4) การเรียนรู้และสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การทำอาหารพื้นบ้านและการเข้าร่วมประเพณีของชุมชน
การพัฒนานวัตกรรมรูปแบบการจัดการท่องเที่ยวเชิงพุทธเพื่อสุขภาพของชุมชนนาคูหา พบว่า มีการดำเนินงานที่มุ่งเน้นในหลายด้าน ดังนี้ 1) การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัล โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่นและสถานที่สำคัญภายในชุมชน 2) การพัฒนาสินค้าและบริการเชิงสุขภาพ อาทิ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรท้องถิ่น และอาหารเพื่อสุขภาพ 3) การฝึกอบรมและการพัฒนาศักยภาพของชุมชน เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องกับการจัดการท่องเที่ยว 4) การสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยว เพื่อพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ 5) การอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่ไปกับการพัฒนาการท่องเที่ยว 6) การตลาดเพื่อสุขภาพและจิตวิญญาณ โดยเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เอื้อต่อสุขภาวะทั้งทางกายและใจ
นอกจากนี้ การส่งเสริมกิจกรรมการจัดการท่องเที่ยวเชิงพุทธเพื่อสุขภาพของชุมชนนาคูหา สามารถจำแนกออกเป็น 4 ด้านของสุขภาพ ดังนี้ 1) กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพทางกาย ได้แก่ การส่งเสริมการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ โดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น สาหร่ายน้ำจืด (เตา) เหมี้ยง กาแฟร้อยปี และหน่อไม้หวาน 2) กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพทางจิต ได้แก่ การให้ความรู้ด้านสุขภาพและการจัดพื้นที่สำหรับการปฏิบัติธรรม เช่น ห้องปฏิบัติธรรม 3) กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพทางสังคม ซึ่งประกอบด้วยการส่งเสริมการปรับตัวให้สอดคล้องกับแบบแผนการดำเนินชีวิตและบทบาททางสังคมในบริบทใหม่ และ 4)กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพทางจิตวิญญาณ ได้แก่ การปฏิบัติธรรม เช่น การนั่งสมาธิ เพื่อเสริมสร้างความสงบและความสมดุลทางจิตใจ เป็นต้น

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ฟองคำ เ., ชยสิทฺธิ พ. ., กิตฺติวณฺโณ พ., หมายดี ด., & สุขจีน อ. (2026). การพัฒนารูปแบบการจัดการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพเชิงพุทธของชุมชนนาคูหา ตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่. วารสารวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง, 15(1), 133–148. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/NBJ/article/view/283369
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Hirimmakamon, P. (2002).Tourism Behavior of Thai Tourists Toward Tourism in Sukhothai Province. Bangkok: Sukhothai Thammathirat

Open University.

Jittangwatana, B. (2006).The Development of Sustainable Tourism. Bangkok: Press and Design.

Nakphop, C. (2018). A Study of Participatory Cultural Tourism Management Model of Koei Chai Community, Chum Saeng District,

Nakhon Sawan Province. Valaya Alongkorn Review Journal of Humanities and Social Sciences, 8(2), 71-80.

National Tourism Policy Committee. (2023). The 3rd National Tourism Development Plan (2023–2027). Bangkok: Ministry of Tourism and

Sports.

Phra Ekkalak Achito (Nok Thong). (2019). Cultural Buddhist Tourism Management Models of Temples in Samut Songkhram Province.

(Doctoral Dissertation). Mahachulalongkornrajavidyalaya University. Ayutthaya.

Phra Khru Si Sitthibandit (Thawin Kalyanadhammo), and Group. (2021). Dimensions of Sustainable Buddhist Religious Tourism in the

Western Paradise Area to Enhance ASEAN Community Potential and Special Economic Zones. (Research Report).

Mahachulalongkornrajavidyalaya University. Ayutthaya.

Piyacharoendech, T., and Group. (2021).Perspectives on the Development of Contemporary Buddhist Tourism. Valaya Alongkorn Journal

of Graduate Studies, 15(2), 246-273.

Rungrueng, N. (2016). Components of Community-Based Tourism Management Affecting the Development Guidelines for Tourism at

Wang Khae Basin and Phu Khong Kham, Kaeng Kheng Subdistrict, Kut Khaopun District, Ubon Ratchathani Province. (Master’ Thesis).

Graduate School, Mahasarakham University. Maha sarakham.

Sanglimsuwan, K., & Sanglimsuwan, S. (2012). Sustainable cultural heritage tourism. Executive Journal, 32(4), 139-149.

Suan Khuean Subdistrict Municipality. (2023). Local Development Plan (2023–2027). (First Revised Edition). Phrae: Suan Khuean

Subdistrict Municipality.

Wongkham, K., and Group. (2020). Sustainable Creative Tourism Management Model for Ban Don Bom, Mueang Kao Subdistrict,

Mueang District, Khon Kaen Province. (Research Report). Maha Sarakham Rajabhat University. Maha Sarakham.