การกำหนดความผิดฐานมีอาวุธปืนสงครามไว้ในครอบครองเพื่อการค้า

Main Article Content

ภูดิส ชอบทางศิลป์
ดร.จิรวุฒิ ลิปิพันธ์

บทคัดย่อ

          บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์ปัญหาทางกฎหมายในการกำหนดความรับผิดและบทลงโทษกรณีมีอาวุธปืนสงครามไว้เพื่อการค้า ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 โดยมุ่งศึกษาช่องว่างของกฎหมายในด้านฐานความผิด การตีความบทบัญญัติ การพิสูจน์เจตนา และนิยามอาวุธปืนสงคราม พร้อมเปรียบเทียบกฎหมายของสหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ เพื่อเสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมายไทยให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


          ผลการศึกษาพบว่า กฎหมายไทยกำหนดความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนสงครามไว้เพียงฐาน “มีไว้ในครอบครอง” และ “ค้าหรือจำหน่าย” โดยมิได้บัญญัติฐานความผิด “มีไว้เพื่อการค้า” ส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในระยะเตรียมการได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งตามหลักการตีความกฎหมายอาญาโดยเคร่งครัด ศาลไม่อาจตีความคำว่า “ค้าหรือจำหน่าย” ให้ครอบคลุมถึงการมีไว้เพื่อการค้าได้ นอกจากนี้ การพิสูจน์เจตนาเพื่อการค้าเป็นภาระของโจทก์ทั้งหมดยากต่อการพิสูจน์ และนิยามอาวุธปืนสงครามยังขาดความชัดเจนไม่ทันต่อพัฒนาการทางเทคโนโลยี จึงเห็นควรปรับปรุงกฎหมายโดยบัญญัติฐานความผิดมีไว้เพื่อการค้า กำหนดนิยามของอาวุธปืนสงครามให้ชัดเจนและพัฒนากลไกทางกฎหมายที่เอื้อต่อการพิสูจน์ข้อเท็จจริง และปรับบทลงโทษให้สอดคล้องกับแนวคิดกฎหมายอาญาเชิงป้องกัน เหตุอันควรสงสัย เหตุอันสันนิษฐานไว้ก่อนว่ากระทำผิด และความชั่วร้ายของผู้กระทำ เพื่อยับยั้งอาชญากรรมตั้งแต่ระยะต้น ง่ายต่อการพิสูจน์เจตนาเพื่อการค้า และไม่ขัดต่อหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลบริสุทธิ์ แม้จะเพิ่มภาระการพิสูจน์แก่จำเลย ซึ่งเดิมเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่ต้องพิสูจน์ถึงเจตนาการครอบครองเพื่อการค้า

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ชอบทางศิลป์ ภ., & ลิปิพันธ์ จ. (2026). การกำหนดความผิดฐานมีอาวุธปืนสงครามไว้ในครอบครองเพื่อการค้า. นิตยสารบทบัณฑิตย์, 82(3), 99–123. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/botbundit/article/view/289568
ประเภทบทความ
บทความทางวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

ภาษาไทย

บทความ

ชัยวัฒน์ วงศ์วัฒนศานต์, ‘โทษทางอาญาทางเศรษฐกิจ’ (กันยายน 2536) 23 วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 563.

สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล และปกป้อง ศรีสนิท, ‘การศึกษาเพื่อพัฒนาแนวทางการลงโทษ: หลักการลงโทษที่ได้สัดส่วนกรณีคดียาเสพติดให้โทษ’ (ธันวาคม 2560) 4 วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 903.

สุรสิทธิ์ แสงวิโรจนพัฒน์, ‘หลักเกณฑ์การกำหนดความผิดอาญาตามกฎหมายต่างประเทศ Criteria for Criminalization Under Foreign Law’ (เมษายน - มิถุนายน 2564) 2 บทบัณฑิตย์ 125.

อัจฉรียา ชูตินันทน์, ‘หลักการกําหนดความผิดอาญาและหลักการกําหนดโทษอาญาในการตรากฎหมาย’ (กรกฎาคม - กันยายน 2564) 3 วารสารสุทธิปริทัศน์ 21.

หนังสือ

คณิต ณ นคร, กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (พิมพ์ครั้งที่ 11, สํานักพิมพ์วิญญูชน 2566).

ปกป้อง ศรีสนิท, กฎหมายอาญาชั้นสูง (พิมพ์ครั้งที่ 4, สำนักพิมพ์วิญญูชน 2566).

ปกป้อง ศรีสนิท, สิทธิมนุษยชนในกระบวนยุติธรรมทางอาญา (วิญญูชน 2563).

อัจฉรียา ชูตินันทน์, อาชญาวิทยาและทัณฑวิทยา (สำนักพิมพ์วิญญูชน 2566).

เอกสารอื่น

กองแผนงานอาชญากรรม สํานักงานยุทธศาสตร์ตํารวจ, ‘ข้อมูลสถิติ’ (ThaiCrimes) <https://thaicrimes.org/crimestat/> สืบค้นเมื่อ 17 เมษายน 2569.

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 15/2566.

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 17/2567.

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 21/2568.

ปกป้อง ศรีสนิท, ‘สิทธิของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ : สิทธิที่จะไม่ถูกลงโทษทางอาญาหากไม่มีกฎหมายกำหนดไว้ล่วงหน้า’ (The 101 World, 11 May 2021) <https://www.the101.world/no-punishment-without-law/>.

ภาษาต่างประเทศ

คำพิพากษา

Tot v. United States 319 U.S. 473 (1945).

Falk v. the Netherlands (dec.), no. 66273/01, 19 October 2004.

Salhan & Company, ‘Firearms offences’ (Salhan & Company)

หนังสือ

Eleni Iliopulos and Marco Arnone, La corruzione costa (Vita c Pensiero, 2005).

Gabrio Forti and Ariana Visconti, ‘Cesare Beccaria and White-Collar Crimes’ Public Harm: A Study in Italian Systematic Corruption’ (Springer 2007).

Henry N. Pontell and Gilbert Geis (eds), International Handbook of White-Collar and Corporate Crime (Springer 2007).

Jeremy Bentham, An Introduction to the Principles of Morals and Regislation (Clarendon Press 1907).

Thomas Hobbes, ‘Early Classical Philosophers of Deterrence Theory’ (2010) 1 Criminology 99.