การศึกษาความวิตกกังวลในการอ่านภาษาญี่ปุ่นและการใช้กลยุทธ์การอ่านของผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นชั้นต้น กรณีศึกษานักศึกษาที่ไม่ได้เรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นวิชาเอก
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) ระดับความวิตกกังวลในการอ่านภาษาญี่ปุ่นของผู้เรียนที่ไม่ได้เรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นวิชาเอก (2) รูปแบบการใช้กลยุทธ์การอ่านภาษาญี่ปุ่น (3) การจัดกลุ่มผู้เรียนตามระดับความวิตกกังวลในการอ่านและรูปแบบการใช้กลยุทธ์การอ่าน (4) ลักษณะเฉพาะของผู้เรียนในแต่ละกลุ่ม กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีไทย–ญี่ปุ่น ชั้นปีที่ 2 ที่ลงทะเบียนเรียนวิชา JPN-202 ภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ 4 ในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 216 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามความวิตกกังวลในการอ่าน และแบบสอบถามกลยุทธ์การอ่าน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าสหสัมพันธ์แบบสเปียร์แมนและการวิเคราะห์คลัสเตอร์ โดยใช้โปรแกรม Jamovi ผลการวิจัยพบว่า ระดับความวิตกกังวลในการอ่านมีค่าเฉลี่ย 3.33 (α = 0.85) สำหรับกลยุทธ์การอ่าน พบว่า Top-down (TD) มีค่าเฉลี่ย 3.58 (α = 0.80), Bottom-up (BU) มีค่าเฉลี่ย 3.40 (α = 0.75) และ Test-taking (TT) มีค่าเฉลี่ย 3.62 (α = 0.60) การวิเคราะห์คลัสเตอร์สามารถแบ่งผู้เรียนออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่มีความวิตกกังวลต่ำและใช้กลยุทธ์การอ่านสูง และกลุ่มที่มีความวิตกกังวลสูงและใช้กลยุทธ์การอ่านต่ำ โดยกลุ่มแรกใช้กลยุทธ์การอ่านอย่างหลากหลาย ขณะที่กลุ่มหลังหลีกเลี่ยงกลยุทธ์แบบ Bottom-up ที่ต้องเผชิญกับรายละเอียดของภาษาโดยตร ผลการวิจัยดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า การจัดการเรียนการสอนการอ่านภาษาญี่ปุ่นสำหรับผู้เรียนที่ไม่ได้เรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นวิชาเอก ควรให้ความสำคัญกับการลดความวิตกกังวลในการอ่านควบคู่กับการพัฒนากลยุทธ์การอ่าน โดยเฉพาะการบูรณาการแนวทางการอ่านอย่างกว้างขวาง (Extensive Reading) และกิจกรรมการอ่านแบบจิ๊กซอว์ (Jigsaw Reading) มาใช้ในชั้นเรียน เพื่อส่งเสริมความมั่นใจและเพิ่มประสิทธิภาพในการอ่านของผู้เรียน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความและข้อคิดเห็นต่างๆ ในบทความเป็นของผู้เขียนบทความนั้นๆ ไม่ใช่ความเห็นของกองบรรณาธิการหรือของวารสาร jsn Journal
เอกสารอ้างอิง
Færch, C., & Kasper, G. (1983). Strategies in Interlanguage Communication, Longman.
Horwitz, E. K., Horwitz, M. B., & Cope, J. (1986). Foreign language classroom anxiety. The Modern Language Journal, 70(2), 125–132.
Krashen, S. D. (1981). Second language acquisition and second language learning. Pergamon Press.
Nuttall, C. (1996). Teaching reading skills in a foreign language (2nd ed.). Heinemann.
Saito, Y., Garza, T. J., & Horwitz, E. K. (1999). Foreign language reading anxiety. The Modern Language Journal, 83(2), 202–218. https://doi.org/10.1111/0026-7902.00016
Sanguansri, T. (2024). Reading strategy use of Thai JFL college students with different reading ability. JSN Journal, 14(1), 75–93.
Sawetaiyaram, T. (2016). Use of reading strategies by Thai learners of Japanese at different proficiency level. Thammasat Journal of Japanese Studies, 33(2), 59–78.
Tontiwachwuthikul, V. (2023). Investigating reading attitudes, motivation, and reading anxiety of Thai students majoring in Japanese. Thammasat Journal of Japanese Studies, 40(2), 35–56.
Torudom, K., & Taylor, P. (2017). An investigation of reading attitudes, motivation, and reading anxiety of EFL undergraduate students. Language Education and Acquisition Research Network, 10(2), 47–70.
サグアンシー・タンヤーラット (2016)「外国語としての日本語における読解不安・外国語学習不安・読解力との関係」『神田外語大学大学院紀要 言語科学研究』22, 5–64.
舘岡洋子 (2005)『ひとりで読むことからピア・リーディングへ』東海大学出版会.
平高史也・舘岡洋子 (2012)『読解教材を作る』スリーエーネットワーク.
南之園博美 (1997) 「読解ストラテジーの使用と読解力との関係に関する調査研究―外国語としての日本語テキスト読解の場合―」『世界の日本語教育』7, 31–44.