การใช้แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐานที่ส่งผลต่อการจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยไอซีทีของนักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ

Main Article Content

Titiya Netwong

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา การใช้แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐานที่ส่งผลต่อการจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยไอซีทีของนักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศที่ลงทะเบียนเรียนวิชาการบูรณาการสารสนเทศ ปีการศึกษา 2560 จำนวน 52 คน เครื่องมือในการวิจัยคือ แบบสัมภาษณ์การจัดการความรู้ และแบบสอบถามการจัดการความรู้ด้วยไอซีที การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (gif.latex?\bar{x}) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และ การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา การใช้แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐานประกอบด้วย 8 ขั้นตอนคือ 1) ขั้นสร้างความพร้อม ละลายพฤติกรรม สร้างเจตคติทางบวกจากห้องเรียนสู่ชุมชน 2) ขั้นวางแผนการดำเนินงาน 3) ขั้นสำรวจแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น 4) ขั้นเรียนรู้จากการปฏิบัติในชุมชน 5) ขั้นอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อค้นพบ และสะท้อนความรู้ 6) ขั้นผลิตผลงานการจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยไอซีที 7) ขั้นนำเสนองานสรุปผล 8) ขั้นการสะท้อนกลับ สามารถพัฒนาการจัดการความรู้ด้วยไอซีทีของนักศึกษาได้ ผลการวิจัยพบว่า 1. การจัดการความรู้ด้วยไอซีทีของนักศึกษาหลังการทดลองมีระดับการปฏิบัติมากที่สุด ( gif.latex?\bar{x} = 4.20, S.D. = 0.48) เมื่อแยกเป็นรายด้านมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด เรียงลำดับได้ดังนี้ การสร้างสรรค์นวัตกรรม (  = 4.27, S.D. = 0.47) การแบ่งปันความรู้ ( gif.latex?\bar{x} = 4.25, S.D. = 0.54) ความเป็นชุมชนนักปฏิบัติ (gif.latex?\bar{x} = 4.23, S.D. = 0.57) การทำงานเป็นทีม ( gif.latex?\bar{x} = 4.19, S.D. = 0.55) ความใฝ่รู้และเป็นมิตรกับความรู้ ( gif.latex?\bar{x} = 4.16, S.D. = 0.52) และการเป็นแรงงานความรู้ ( gif.latex?\bar{x} = 4.15, S.D. = 0.56) 2. กระบวนการจัดการความรู้ด้วยไอซีทีที่นำมาใช้ประโยชน์ในชุมชนคือ คลิปวิดีโอสั้น เฟสบุ๊ค ไลน์ เว็บบล็อก อินโฟกราฟิค ฐานข้อมูล และแอพพลิเคชั่น ตามลำดับ

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

1. Chimplee, K. (2012). Knowledge Management Models for Local Wisdom in Wickerwork Handicrafts: A Case Study of Local Community Enterprises in Nakhon Ratchasima Province.Doctor of Philosophy. National Institute of Development Administration. (in Thai)

2. Encyclopedia of Thai Youth. (2017). [Online]. Retrieved June 5, 2017, from: https://www.kanchanapisek.or.th. (in Thai)

3. Keong, L. C. & Al-Hawamdeh, S. (2002). Factors Impacting Knowledge Sharing. JIKM, 1(1), 49-56. Local Wisdom Thai Wisdom. (2017). [Online]. Retrieved June 5, 2017, from: https://www.tkc.go.th. (in Thai)

4. Maesincee, S. (2017). Sufficiency Economy Philosophy: Development paradigm in Thailand 4.0. [Online]. Retrieved June 5, 2017, from: https://www.facebook.com/Drsuvitpage/post/14000852036315390. (in Thai)

5. National Statistical Office. (2015). The Survey of Reading Habits of the Population by 2558. Bangkok: National Statistical Office. (in Thai)

6. Netwong, T. (2010). Development of A Mainstreaming Model to Develop Online Learning Community and Learning Achievement in Information Technology for Undergraduate Students. Doctor of Philosophy. Chulalongkorn University. (in Thai)

7. Panich, W. (2016). New Learning Culture [Online]. Retrieved December 30, 2016, from: https://gotoknows.org. (in Thai)

8. Pengjan, S. (2017). Project Design Learning to Learner’s Participations. Journal of Yala Rajabhat University, 12(2), 47-59. (in Thai)

9. Phumduang, E. (2013). Knowledge Management for Lifelong Learning of Khokkotao Subdistrict, Muang Distric, Suphanburi Province. Bangkok: Suan Dusit University. (in Thai)

10. Punnitamai, W. (2016). Adjusting to Change the Learning Culture. [Online]. Retrieved December 30, 2016, from: www.stabundamrong.go.th/web/sarn/sarn31.pdf. (in Thai)

11. Tepsing, P. & Bunprakarn, K. (2016). Local Wisdoms in Thailand-Malaysia Border Culture: A Case Study of Lohjood Community, Narathiwat Province. Journal of Yala Rajabhat University, 11(1), 19-38. (in Thai)