Local Wisdoms in Thailand-Malaysia Border Culture: A Case Study of Lohjood Community, Narathiwat Province

Main Article Content

ปัญญา เทพสิงห์
เก็ตถวา บุญปราการ

Abstract


The purpose of this study was to investigate local wisdoms in Thailand-Malaysia border culture, a case study of Lohjood Community in Waeng District, Narathiwat Province adjacent to the Thailand-Malaysia border and BalaHala Wildlife Sanctuary. Data of this qualitative study were collected through observations Local Wisdomsand in-depth purposive interviews with the community leader, skilled craftsmen, art performers, and locals. Then adescriptive analysis was written.The results of the study in each aspect revealed that in the art aspect, there are handicraft products, musical instruments made of local natural materials, and bird cages, all of which reflect aesthetic value. In the aspect of cultural heritage management, there is a local museum founded by a former community leader, and inherited by the younger generations who try to maintain and manage it without having to entirely depend on the government. In the aspect of philosophy and belief, people in this community are Buddhists and Muslims who maintain their religions. The belief in music can be seen in their use of Tueri music for healing which is still in existence while the rite of paying respect to Muslim shadow puppet masters no longer exists as shadow puppet shows in the community faded away. In the linguistic aspect, there are the same words commonly used by Thai Buddhists and Thai Muslims. These local wisdoms reflect integration of Thailand-Malaysia border culture, cross-culture learning, self-identities that are varied according to the context, unity between Buddhists and Muslims, and survival of local wisdoms amidst modern social change.


Article Details

Section
Research article

References

1.ฉวีวรรณ ประจวบเหมาะ. (2550). สังคมและวัฒนธรรมมลายู ใน นิธิ เอียวศรีวงศ์ (บรรณาธิการ),ความรู้เที่ยงคืน ชุดที่ 4 มลายูศึกษา. กรุงเทพฯ : อมรินทร์.
2.ธนิก เลิศชาญฤทธิ์. (2554). การจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ :ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร.
3.นิคม มูสิกะคามะ. (2545). วัฒนธรรม : บทบาทใหม่ในยุคโลกาภิวัตน์. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร.
4.นิธิ เอียวศรีวงศ์. (2554). วัฒนธรรมมลายู : มุมมองฟอสซิล ใน ตันหยงบุหงา อุทยานวัฒนธรรมมลายูปัตตานี คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
[ออนไลน์]. ค้นเมื่อ 23 เมษายน 2558, จาก : Thaiamn.news.org/view/php?=697.
5.นิยามาล อาแย.(2553). ความเป็นตัวตนของคนมลายูมุสลิมในเมืองยะลา. วารสารศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2(2), 91-106.
6.ปัญญา เทพสิงห์. (2554). บาเตาะ : คนกินเนื้อคน เรื่องเล่าหรือความจริงบนผืนป่าฮาลา บาลา จังหวัดนราธิวาส. วารสารศิลปวัฒนธรรม, 32(11), 43-64.
7.ประสิทธิ์ รัตนมณี นราวดี โลหะจินดา นิปาตีเมาะ หะยีหามะ อรอุษา ปุณยบุรณะและจิดาพร แสงนิล. (2550). รายงานวิจัยวัฒนธรรมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้(ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส). ปัตตานี : สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
8.ปิยะ กิจถาวร. (2547). วิจัยชาวบ้านในบริบทของความหลากหลายทางวัฒนธรรมและชุมชนชายแดนปัตตานี : หน่วยวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคใต้ตอนล่าง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี.
9.พงศักดิ์ พรมแก้ว. (2544). รายงานวิจัยความเชื่อและพิธีกรรมเกี่ยวกับการนับถือผีกับบทบาททางสังคมของชาวพุทธที่นับถือศาสนาพุทธในภาคใต้. กรุงเทพฯ :สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ.
10.ลดาวัลย์ แก้วสีนวล. (2549). การสื่อสารข้ามวัฒนธรรมระหว่างไทยพุทธและชาวมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการประชุมวิชาการสื่อสารมวลชนระดับชาติ. [ออนไลน์].
ค้นเมื่อ 5 เมษายน 2558, จาก : http//www.Thaireform.in.th/various_reform.Dimension/item/201-3
11.มาลี ไพรสน. (2549). รายงานวิจัย การศึกษาภูมิปัญญาการจัดการทรัพยากรในมิติวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาที่ยั่งยืน กรณีศึกษา : ชุมชนบ้านป่าส้าน ตำบลเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า
จังหวัดเชียงราย. กรุงเทพฯ : สำนักคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติกระทรวงวัฒนธรรม.
12.ฤาชุดา เทพยากุล. (2555). การเรียนรู้ภูมปัญญาไทย : จากรัฐธรรมนูญสู่สถานศึกษาวารสารหลักสูตรและการสอนทักษิณ, 7(1), 1-8.
13.ศรีศักร วัลลิโภดม. (2545). พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : กระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน [ออนไลน์].ค้นเมื่อ 5 เมษายน 2558, จาก : www.lek-prapai.org/watch.php?id=631.
14.ศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนภาคใต้. (2556). สถิติการก่อเหตุรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้. ยะลา : ศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนภาคใต้.
15.สุมาลี สังข์ศรี. (2550). ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช, 2(3), 97-101.
16.เสรี พงศ์พิช. (2547). ร้อยคำที่ควรรู้. กรุงเทพฯ : พลังปัญญา.
17.องค์การบริหารส่วนตำบลโล๊ะจูด. (2558). ข้อมูลประชากรในตำบลโล๊ะจูด. นราธิวาส :องค์การบริหารส่วนตำบลโล๊ะจูด
18.อมรา พงคาพิชญ์. (2545). ความหลากหลายทางวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ :จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
19.อับดุลลอฮ์ อัลอุซามะฮ์. (2550). ความเชื่อของมุสลิมที่มีต่ออัสสิหร์ (ไสยศาสตร์) อัลกะฮานะ(การทำนาย) อัลอิรอฟะ (การดูดวง) : กรณีศึกษาในอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี.วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต. สาขาอิสลามศึกษา,มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี.
20.อับดุรรอฮ์มาน จะปะกิยา. (2553). การอนุรักษ์ความหลากหลายทางวัฒนธรรมในประเทศมาเลเซีย : กรณีศึกษาความประเพณีและวัฒนธรรมของคนสยามในเขตตุมปัตรัฐกลันตัน. วารสาร AL-NUR บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา, 5(8), 85-98.
21.อาแว มะแส. (2555). ชุมชนศรัทธา : แนวทางพัฒนาสังคม บนฐานของศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่นในจังหวัดชายแดนภาคใต้. วารสารมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยทักษิณ, 6(2), 35-63.
22.เอกวิทย์ ณ ถลาง. (2546). ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการจัดการความรู้. กรุงเทพฯ : อมรินทร์