การพัฒนารูปการจัดการเรียนรู้ PLAY เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนนาคำวิทยา

Main Article Content

รุ่งลาวรรณ์ สมบูรณ์

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ PLAY สำหรับพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนนาคำวิทยา โดยสร้างและหาคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ และศึกษาผลการส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะทักษะชีวิตของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนนาคำวิทยา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ เป็นเด็กนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2568จำนวน 20คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองจำนวน 20คนและกลุ่มควบคุมจำนวน 22คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง ใช้เวลาทดลองจำนวน 10สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2วัน วันละ 50นาที เครื่องมือทดลองคือ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ PLAY เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนนาคำวิทยา เครื่องมือวัดคือ แบบประเมินพฤติกรรมทางทักษะชีวิตของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนนาคำวิทยา มีค่าความเชื่อมั่นαเท่ากับ 88


          ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้ PLAY ที่สร้างขึ้นมี 4 ขั้นตอนคือ ขั้นวางแผน (P) (Plan)ขั้นจัดกิจกรรมทักษะชีวิต (L) (Life)ขั้นลงมือปฏิบัติกิจกรรม (A) (Action)และขั้นความสำเร็จ (Y)  (Yield)มีความเหมาะสมเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.59) และพบว่า หลังการทดลอง รูปแบบการจัดการเรียนรู้ PLAY ส่งเสริมให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนนาคำวิทยา มีคะแนนทักษะชีวิตรายด้านทุกด้านและโดยรวมสูงขึ้น อย่างชัดเจน (t=33.03) และมีขนาดส่งผลต่อ (effect sizes) คะแนนทักษะทางสังคมแต่ละด้านและโดยรวมอยู่ในระดับมาก ในขณะที่หลังการจัดการเรียนรู้แบบปกติ ในกลุ่มควบคุม ส่งเสริมให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนนาคำวิทยา มีคะแนนทักษะชีวิตรายด้านทุกด้านและโดยรวมสูงขึ้น อย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน (t=18.71, Sig=0.0) แต่มีขนาดส่งผลต่อ (effect sizes) คะแนนทักษะชีวิตรายด้านและโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง และหลังการจัดการเรียนรู้ รูปแบบ PLAY ส่งเสริมให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนนาคำวิทยา มีทักษะชีวิตรายด้านทุกด้านและโดยรวมสูงกว่าการจัดการเรียนรู้แบบปกติอย่างชัดเจน และการจัดการเรียนรู้ รูปแบบ PLAY และแบบปกติ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สมบูรณ์ ร. (2026). การพัฒนารูปการจัดการเรียนรู้ PLAY เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนนาคำวิทยา. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.), 8(3), 404–414. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JAPDEAT/article/view/287310
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กัญญา งามบรรจง. (2559). การพัฒนารูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะในศตวรรษที่ 21 ผ่านกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.

บุญญรัตน์ กองอรรถ. (2562). การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน ทักษะชีวิตของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจังหวัดจันทบุรี. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา.

บุญล้อม สุจริตรักษ์. (2562). การเรียนรู้จากการปฏิบัติ (Action Learning). วารสารวิจัยและพัฒนาการศึกษา, 13(2), 1–10.

สมเดช มุ่งเมือง. (2555). ทักษะชีวิต: Life skills (เล่มที่ 1). สูตรไพศาลบิวเดอร์.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 (เล่มที่ 1). สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). แนวทางการพัฒนาทักษะชีวิตผู้เรียนในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา.

สุวิมล ว่องวานิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น: Needs assessment research. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Brewer, J. A. (1995). Introduction to early childhood education: Preschool through primary grades (2nd ed.). Allyn & Bacon.

Botvin, G. J. (2006). Life skills training: Promoting health and personal development. Princeton Health Press.

Johnson, D. W., Johnson, R. T., & Holubec, E. J. (1993). Cooperation in the classroom (6th ed.). Interaction Book Company.

World Health Organization. (2004). Sexually transmitted infections in adolescents. World Health Organization.