ผลของการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานร่วมกับเทคนิคคำถาม R-C-A ที่มีต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

Main Article Content

ณัฐวดี พลอยดี
ธัญมา หลายพัฒน์
อนงค์ หาญสกุล

บทคัดย่อ

          การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (๑) ศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานร่วมกับเทคนิคคำถาม R-C-A ที่มีต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ (๒) เปรียบเทียบผลการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานร่วมกับเทคนิคคำถาม R-C-A ที่มีต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หลังเรียน ระหว่างห้องเรียนออนไลน์กับห้องเรียนออนไซต์ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) ปีการศึกษา ๒๕๖๕ เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ แบบวัดพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ และ แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน ๕ แผน สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ (๑) เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนการวัดพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ ก่อนและหลังเรียนของกลุ่มทดลองทั้งสองกลุ่มโดยใช้วิธีทางสถิติ Pair Sample t-test และ (๒) เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนการวัดพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศหลังเรียนของกลุ่มทดลองทั้งสองกลุ่มโดยใช้วิธีทางสถิติ Independent - Sample t-test


          ผลการศึกษาพบว่า (๑) นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานร่วมกับเทคนิคคำถาม R-C-A มีผลการวัดพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ทั้งห้องเรียนออนไลน์และห้องเรียนออนไซต์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ (๒) นักเรียนห้องเรียนออนไซต์ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานร่วมกับเทคนิคคำถาม R-C-A มีผลการวัดพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศหลังเรียนสูงกว่านักเรียนห้องเรียนออนไลน์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พลอยดี ณ., หลายพัฒน์ ธ., และ หาญสกุล อ. “ผลของการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานร่วมกับเทคนิคคำถาม R-C-A ที่มีต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖”. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, ปี 10, ฉบับที่ 2, สิงหาคม 2023, น. 364-77, https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JMA/article/view/265237.
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

เพชรรัตน์ จงนิมิตรสถาพร. “เทคนิคคำถาม R-C-A กับการพัฒนาทักษะชีวิต”. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ปีที่ ๓๖ ฉบับที่ ๒ (กรกฏาคม-ธันวาคม ๒๕๕๖) : ๒.

มาลี สบายยิ่ง. “พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในสังคมปัจจุบัน”. วารสารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยลงขลานครินทร์. ปีที่ ๓๐ ฉบับที่ ๓ (กันยายน-ธันวาคม ๒๕๖๒) : ๑๒๑-๑๒๗.

ละมัย แก้วสวรรค์. “ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖”. ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ๒๕๕๘.

ศรัณยา สงวนวงศ์. “ประสิทธิภาพของการเรียนออนไลน์ในยุคโควิด ๑๙ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร”. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ๒๕๖๔.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. รายงานการสำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน พ.ศ. ๒๕๖๔. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานสถิติแห่งชาติ, ๒๕๖๔.

สำนักงานอนามัยเจริญพันธ์. รายงานเฝ้าระวังการตั้งครรภ์แม่วัยรุ่น พ.ศ. ๒๕๖๔. กรุงเทพมหานคร: กรมอนามัย, ๒๕๖๔.

Elham Hussein. “Exploring undergraduate students’ attitudes towards emergency online learning during COVID-19: A case from the UAE”. Children and Youth Services Review. Vol. 119 No. 21(2020) : 1-7.

กระทรวงศึกษาธิการ. “โรงเรียนหยุด ความรู้ไม่หยุด”. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www.moe.go.th/ศธ-ยืนหนึ่งเรียนออนไลน์/ [๘ สิงหาคม ๒๕๖๕].

พิชยา พูลสวัสดิ์. “การดูแลเด็กในช่วงเรียน Online”. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www.gj.mahidol.ac.th/main/paediatric-knowledge/online-learning/ [๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๔].

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. “รายงานการอบรมและสัมมนาการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ณ University Of Helsinki ประเทศฟินแลนด์”. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www.obec.go.th/wp-content/uploads/2019/06/ Finland-สวก.pdf [๒๖ มีนาคม ๒๕๖๒].

Kathryn Hulick. Health screen time is one challenge of distance learning. . [Online].

Available: https://www.snexplores.org/article/healthy-screen-time-is-one-challenge-of-distance-learning [11 September 2022].