แนวทางการสร้างความตระหนักรู้เพื่อป้องกันการละเมิดเบญจศีลข้อที่ ๕ ของประชาชน แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ คือ (๑) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันการรักษาเบญจศีลข้อที่ ๕ ของประชาชน แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร (๒) เพื่อศึกษาความตระหนักรู้เพื่อป้องกันการละเมิดเบญจศีลข้อที่ ๕ ของประชาชน แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร (๓) เพื่อเสนอแนวทางการสร้างความตระหนักรู้เพื่อป้องกันการละเมิดเบญจศีลข้อที่ ๕ ของประชาชน แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์ ( Interview ) เครื่องมือที่ใช้ คือแบบสัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือบุคคลในพื้นที่ ๑๑ คน พระสงฆ์ ในพื้นที่ ๔ รูป และนักวิชาการด้านศาสนา ๓ รูป/คน รวมเป็น ๑๘ รูป/คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการพรรณนา
จากการศึกษาวิจัยพบว่า (๑) สภาพปัจจุบันการรักษาเบญจศีลข้อที่ ๕ การละเมิดศีลข้อนี้ของ คนในพื้นที่เกิดจาก ๓ สาเหตุหลัก ๆ คือ ๑) สภาพแวดล้อม พ่อ-แม่ขาดการตระหนักถึงการเป็นแบบอย่างที่ดี การได้อยู่ใกล้ หรือพบเจอกับคนที่ดื่มของมึนเมาบ่อย ๆ การหาซื้อได้ง่ายเอื้อต่อการดื่มของคนหน้าเก่าและหน้าใหม่ ต่างคนก็ต่างมีความคิดเป็นของตัวเองหมด ไม่มีใครฟังใคร ๒) อิทธิพลทางสังคม ช่วงวัยรุ่นช่องว่างระหว่างครอบครัวมีมากขึ้น ได้ใกล้ชิดเพื่อนมากขึ้น เพราะต้องเข้าสังคมกับคนอื่น ไม่อยากให้ คนอื่นดูถูก สื่อ โฆษณาทำให้เกิดความอยากรู้ อยากลอง การดื่มในงานบุญ เทศกาลต่าง ๆ เป็นการสร้างสีสัน เพื่อความสนุกสนาน และ ๓) สาเหตุส่วนบุคคล ช่วยให้ลืมปัญหาที่เป็นตัวให้เกิดความเครียด ในขณะนั้นได้ ความคึกคะนอง อยากรู้ อยากลองในช่วงวัยรุ่น มองว่ามันเป็นวิถีโลก มันก็สังคมของเรา ห้ามใจของตัวเองไม่ได้ (๒) การป้องกันการละเมิดเบญจศีลข้อที่ ๕ นี้เกิดจากการมีความตระหนักรู้ ซึ่งปัจจัยที่ให้เกิดความตระหนักรู้ ประกอบไปด้วย คือ ๑) ผลกระทบ มีผลทั้งต่อตนเอง และบุคคลอื่น ในด้านลบ (๒) ทัศนคติที่ดี ทำให้การแสดงออกทางกาย วาจา และใจเป็นไปอย่างถูกต้อง ไม่ผิดศีล ไม่ผิดธรรม มีสติสัมปชัญญะ (๓) กัลยาณมิตร ผู้ที่มีความปรารถนาดี ผู้ที่คอยตักเตือน ผู้ที่คอยห้ามปราม ย่อม จะเป็นผู้ที่ก่อให้เกิดความตระหนักรู้ (๔) ครอบครัว ครอบครัวเป็นครูคนแรก เป็นต้นแบบแรกของมนุษย์ตั้งแต่วัยเยาว์ ย่อมส่งผลให้เกิดประสบการณ์ความตระหนักรู้ และ (๕) สติ ตัวสตินี้เป็นตัวประคอง หรือคอยกระตุ้น หรือคอยดึงให้ตัวตระหนักรู้นี้มันทำงาน (๓) แนวทางการสร้างความตระหนักรู้เพื่อป้องกันการละเมิดเบญจศีลข้อที่ ๕ ให้ครอบคลุมคนในพื้นที่ ให้ได้ผลเป็นรูปธรรม จึงต้องอาศัยการสร้างความตระหนักรู้ผ่าน ๔ ระดับด้วยกัน คือ (๑) ระดับตัวเอง การเลือกคบคน (๒) ระดับครอบครัว ส่งเสริมการทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นตัวอย่างที่ดีต่อลูก (๓) ระดับชุมชน การสร้างความรับรู้ร่วมกัน เห็นความสำคัญในการสร้างสันติสุขในชุมชน มีความสำนึกในการที่จะปกป้องเยาวชน ปกป้องคนที่ดื่ม และประณามคนที่เป็นแบบอย่างที่ไม่ดี และ (๔) ระดับสังคม สร้างค่านิยมทางสังคมเสียใหม่ ทุกศาสนาต้องช่วยกันรณรงค์ให้ศาสนิกชนของตนเห็นความสำคัญ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
จีรชัย วงศ์ชารี และคณะ. “การศึกษาวิเคราะห์แนวทางการส่งเสริมการรักษาศีล ๕ ของหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ในอำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร”. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์. ปีที่ ๗ ฉบับที่ ๒ (พฤษภาคม-สิงหาคม ๒๕๖๕) : ๘๙๗.
นภัสวรรณ บุญยัษเฐียร. “การพัฒนาพฤติกรรมที่ดีของบุคคลโดยใช้หลักศีล ๕”. วารสาร มจร พุทธโสธรปริทรรศน์. ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๑ (มกราคม-มิถุนายน ๒๕๖๔) : ๖๓.
พระครูสุมณฑ์ธรรมธาดา (สายัน บวบขม). “ศึกษาปัญหาและทางออกของการดื่มสุราที่มีผลกระทบต่อสังคมไทย”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๓.
พระครูอุปถัมภ์ปทุมรัตน์ สีลสาโร (ตาด้วง). “รูปแบบการดำเนินโครงการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาในตำบลแม่ข่า อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗.
พระณรงค์ พนฺธุธมฺโม และคณะ. “ศึกษากุศโลบายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอบายมุขตามแนวพระพุทธศาสนา”. วารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์. ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๒ (พฤษภาคม–สิงหาคม ๒๕๖๕) : ๘๖.
พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองดี สุรเตโช). ศีล ๕ รักษาโลก. กรุงเทพมหานคร: บริษัทอมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), ๒๕๕๘.
พระมหายุทธพิชาญ ทองจันทร์ และคณะ. “การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักธรรมในยุคโควิด-๑๙”. วารสารวนัมฎองแหรกพุทธศาสตรปริทรรศน์. ปีที่ ๙ ฉบับที่ ๑ (มกราคม–มิถุนายน ๒๕๖๕) : ๒๑๕.
พระสุชีพ วรญาโณ (อินทร์สำราญ). “การศึกษาเชิงวิเคราะห์การพัฒนาคุณภาพสังคมด้วยการงดเว้นจากการดื่มสุราและเมรัยตามแนวพุทธปรัชญาเถรวาท”. วารสารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด. ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๒ (กรกฏาคม–ธันวาคม ๒๕๕๘) : ๒๗๖.
พีรวิชญ์ พาณิชย์วรกุล. “การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนวิชาชีววิทยาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โดยบูรณาการกับการรักษาศีล ๕ ในวิชาพระพุทธศาสนา”. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร. ปีที่ ๑๐ ฉบับที่ ๕ (กรกฎาคม-สิงหาคม ๒๕๖๕) : ๑๙๗๓.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาเตปิฏกํ ๒๕๐๐. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๕.
________. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙.
เมธาพร ธรรมศิริ และคณะ. “ความตระหนักรู้ด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์ของบุคลากรในบริษัทเอกชน แห่งหนึ่งในเขตกรุงเทพมหานคร”. วารสารวิชาการไทยวิจัยและการจัดการ. ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๒ (พฤษภาคม–สิงหาคม ๒๕๖๕) : ๖.
วรรณิศา ปลอดโปร่ง. “ผลการใช้ชุดกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาการตระหนักรู้ในตนเองในการเลือกแผนการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน”. รายงานการวิจัย. แขนงวิชาการแนะแนวและการปรึกษาเชิงจิตวิทยา สาขาวิชาศึกษาศาสตร์: มหาวิทยาลัยสุโขทัย
ธรรมาธิราช, ๒๕๕๕.
สุวรรณี ฮ้อแสงชัย บรรพต ต้นธีรวงศ์ และพระมหาหรรษา ธมฺมหาโส. “รูปแบบการเสริมสร้างความตระหนักรู้คุณค่าในตนเองเพื่อป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายของเยาวชนโดยพุทธสันติวิธี”. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร. ปีที่ ๗ ฉบับเพิ่มเติม (พฤษภาคม ๒๕๖๒) : ๑๕๔-๑๕๕.
อุตสาหะ คงสถาน. “ศึกษาแนวทางป้องกันสิ่งเสพติดตามหลักพุทธธรรมในตำบลหนองตะครอง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑.