คติชนสร้างสรรค์กับการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชุมชน ของกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำบ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความทางวิชาการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อนำเสนอการนำแนวคิดทางคติชนสร้างสรรค์มาใช้พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชุมชนของกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำ บ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้วอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร ภาคสนาม และการสนทนากลุ่ม โดยใช้แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง แบบสนทนากลุ่มผู้รู้ ปราชญ์ท้องถิ่น และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว จำนวน ๑๐ คน วิเคราะห์และตีความข้อมูลโดยใช้แนวคิดคติชนสร้างสรรค์ และแนวคิดบทบาทหน้าที่ของคติชนวิทยา
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มชาติพันธุ์ไทดำบ้านนาป่าหนาด ได้จัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชุมชนมาตั้งแต่ ปี ๒๕๓๙ ชุมชนได้นำแนวคิดคติชนเชิงสร้างสรรค์มาพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยว ๕ รูปแบบดังนี้ (๑) การผลิตซ้ำเรื่องเล่า โดยการนำเรื่องเล่าที่เป็นตำนานมาผลิตซ้ำ เพื่อบ่งบอกความเป็นตัวตนของชาวไทดำผ่านเรื่องเล่าประวัติความเป็นมาของชุมชน ความเชื่อ ประเพณี พิธีกรรม เรื่องเล่าเจ้าบ้าน เป็นต้น (๒) การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ทางภูมิปัญญา โดยการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น ผ้าฝ้าย และเครื่องรางในพิธีกรรม มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการท่องเที่ยว ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย โดยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนั้น ได้นำเรื่องเล่ามาสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มเพื่อสร้างความหมายใหม่ให้แก่ผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว (๓) การนำเสนออาหารอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ ได้แก่ แจ่วอด จุ๊บผัก เพื่อสื่อสารถึงวิถีวัฒนธรรม ภูมิปัญญาการปรับตัวต่อธรรมชาติของบรรพบุรุษชาวไทดำ(๔) นำเสนอการละเล่น และการแสดง เช่น มะกอนลอดบ่วง การแสดง “แซปาง” และฟ้อนแคน
เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว เป็นการสร้างสีสัน และสร้างการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้วัฒนธรรมไทดำอีกแนวทางหนึ่ง และ ๕) การสร้างสรรค์ประเพณี “ตุ้มโฮมพี่น้องไต” เพื่อหลอมรวมชาติพันธุ์ไทดำ การสร้างเครือข่ายทางสังคมและวัฒนธรรม และ การท่องเที่ยวชุมชน การพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชุมชนไทดำบ้านนาป่าหนาดดังกล่าวนั้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการนำคติชนเชิงสร้างสรรค์มาสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม ซึ่งนำไปสู่การสร้างงาน และรายได้ ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในชุมชนไทดำในด้านสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมให้ยั่งยืนสืบไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ปฐม หงษ์สุวรรณ. คติชนวิทยา. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, ม.ป.ป.
ประภาศรี เติมสายทอง. การพัฒนาตำรับและสำรับอาหารภูมิปัญญาอาหารพื้นเมืองไทดำจากพืชพื้นถิ่น และผักพื้นบ้านบ้านนาป่าหนาด อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย”. เลย : มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, ๒๕๖๑.
เพชรตะบอง ไพศูนย์. “การปรับตัวทางวัฒนธรรมของไทดำในกระแสการเปลี่ยนแปลง : กรณีศึกษาเปรียบเทียบไทดำในประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว”. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, ๒๕๕๓.
ภัทรธิรา ผลงาม. “การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนไทดำในจังหวัดเลย”. วารสารสถาบันวัฒนธรรมและศิลปะ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ปีที่ ๑๘ ฉบับที่ ๑ (กรกฎาคม-ธันวาคม ๒๐๑๖): ๘๔-๙๓.
ภิญโญ เวชโช., คติชนวิทยา. ยะลา : ศูนย์ส่งเสริมการทำผลงานทางวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, ๒๕๖๑.
มณีรัตน์ สุตันตั้งใจ. การจัดการระบบนิเวศพืชพื้นถิ่นและผักพื้นบ้านเพื่อใช้ในการประกอบอาหารไทดำอย่างยั่งยืน บ้านนาป่าหนาด อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย. เลย : มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, ๒๕๖๑.
ศิราพร ณ ถลาง. “คติชนสร้างสรรค์” บทสังเคราะห์และทฤษฎี. กรุงเทพมหานคร : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร. องค์การมหาชน, ๒๕๕๙.
สัมภาษณ์. กร ไพศูนย์. ปราชญ์ท้องถิ่น, ๑๑ กันยายน ๒๕๖๕.
สัมภาษณ์. สมจา บุตรโยจันโท. ปราชญ์ท้องถิ่น, ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗.
สัมภาษณ์. เพชรตะบอง ไพศูนย์. ปราชญ์ท้องถิ่น, ๓ กันยายน ๒๕๖๗.
สัมภาษณ์. สุเมฆ ซ้อนเปียยุง. ปราชญ์ท้องถิ่น, ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๖.
สัมภาษณ์. สำลาน กรมทอง. ปราชญ์ท้องถิ่น, ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๗.
สัมภาษณ์. อวน คำบุ. ปราชญ์ท้องถิ่น, ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๖.
สุรดิษ ภาคสุชล. “ดนตรีในพิธีกรรมแซปางของชาวไทดำ”. วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา(สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์). ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๒ พิเศษที่ ๑ (มกราคม ๒๕๕๓): ๒๒๓-๒๒๙.
อภิลักษณ์ เกษมผลกูล. “เรื่องเล่าพื้นบ้านกับการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์ และการท่องเที่ยวท้องถิ่นในภาคกลาง: มิติความสัมพันธ์ระหว่างปรากฏการณ์โหยหาอดีตกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์”. วารสารอักษรศาสตร์ ปีที่ ๔๒ ฉบับที่ ๒ (กรกฎาคม-ธันวาคม ๒๕๕๖): ๑๐๓-๑๓๒.
อิสริยาภรณ์ ชัยกุหลาบ และ ไทยโรจน์ พวงมณี. “การศึกษาวิเคราะห์ผ้าซิ่นลายนางหาญของกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย”. รายงานสืบเนื่องการประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ ๕๖. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ๒๕๖๑.