การศึกษาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อพัฒนาเส้นทางและกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงพุทธในพื้นที่ จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดมหาสารคาม
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวิปัสสนากรรมฐาน และเพื่อพัฒนาเส้นทางและกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงพุทธ กรณีจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดมหาสารคาม เป็นการศึกษาแบบผสมผสานทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ การวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน ๔๐๐ คน ด้วยการสุ่มตัวอย่างอย่างง่ายและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนาและการวิจัยเชิงคุณภาพ เป็นการประชุมกลุ่มย่อยกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน ๓๐ คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึกร่วมกับการสังเกตแบบมีส่วนรวม
ผลการศึกษา พบว่า แหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดมหาสารคามมี ๑๔ แห่ง และสามารถสังเคราะห์ได้ ๙ กลุ่ม คือ ๑) กลุ่มจิตรกรรมปริศนาธรรมและประติมากรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น ๒) กลุ่มพิพิธภัณฑ์ ๓) กลุ่มพระธาตุและเจดีย์ ๔) กลุ่มพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ๕) กลุ่มพระพุทธรูปไม้ ๖) กลุ่มสาระการเรียนรู้พระพุทธศาสนา ๗) กลุ่มสิมอีสาน ๘) กลุ่มกู่ และ ๙) กลุ่มพระเกจิอาจารย์ ส่วนแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิปัสสนากรรมฐานที่โดดเด่นมี ๘ แห่ง คือ ๑) วัดโพธิ์ ๒) วัดโมกขวนาราม ๓) วัดป่าธรรมอุทยาน ๔) วัดป่าแสงอรุณ ๕) วัดขุนพรหมดำริ ๖) ศูนย์ปฏิบัติธรรเวฬุวัน ๗) ศูนย์ปฏิบัติธรรมธรรมสุวรรณา และ ๘) พระธาตุนาดูน และสามารถสังเคราะห์หลักปฏิบัติได้ ๔ อย่าง คือ ๑) ยุบ-พอง ๒) พุทโธ ๓) เคลื่อนไหว และ ๔) โกเอนก้า ส่วนแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาที่มีศักยภาพสูงคือพระมหาธาตุแก่นนครและพระธาตุนาดูนและแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิปัสสนากรรมฐานที่มีศักยภาพสูง คือ วัดโพธิ์ วัดขุนพรหมดำริ และพระธาตุนาดูน สำหรับเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงพุทธ พบว่า มีเส้นทางท่องเที่ยวภายในจังหวัด จำนวน ๒ เส้นทาง และเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างจังหวัด จำนวน ๒ เส้นทาง ซึ่งมีกิจกรรมการท่องเที่ยวที่สำคัญ ๓ กลุ่มหลัก คือ กลุ่มพระธาตุและเจดีย์ กลุ่มพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ และกลุ่มการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน