กระบวนทัศน์ของการบริหารจัดการของพระสงฆ์ในการพัฒนาชุมชน บนพื้นที่สูงอำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย ๑) เพื่อศึกษาหลักการการบริหารจัดการของพระสงฆ์ในการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง ๒) เพื่อศึกษารูปแบบการบริหารกิจการคณะสงฆ์ในการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง ๓) เพื่อเป็นข้อเสนอแนะการบริหารจัดการที่เหมาะสม สำหรับการนำไปใช้ในการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง ผลการวิจัยมี ดังนี้
ด้านการปกครอง พบว่า ในแต่ละชุมชนมีพระสงฆ์หรือสามเณรปฏิบัติงาน จำนวน ๑ รูป มีศิษย์วัดอยู่บ้างเล็กน้อย และมีการเข้าร่วมประชุมร่วมกับชาวบ้าน ในชุมชนบางแห่งมีแกนนำชาวพุทธ มีหัวหน้าศูนย์เป็นผู้บังคับบัญชาเบื้องต้นเป็นผู้กำกับดูแลให้คำปรึกษาแก่พระสงฆ์ที่ปฏิบัติงานอยู่ในอาศรมตามหมู่บ้าน แต่ไม่มีอำนาจในการให้คุณให้โทษ และอำนาจในการตัดสินใจในการสั่งย้าย ปฏิบัติงานตามนโยบายของโครงการพระธรรมจิก หรือรับคำสั่งจากผู้บริหารโครงการพระธรรมจาริกส่วนภูมิภาค วัดศรีโสดา มาปฏิบัติเท่านั้น การปกครองจึงมีลักษณะศูนย์รวมอำนาจ ไม่กระจายอำนาจไปยังท้องถิ่นหรือศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมบนพื้นที่สูง ทำให้งานของพระธรรมจาริกไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
ด้านการศาสนศึกษา พบว่า ในอำเภอกัลยาณิวัฒนาไม่มีการเรียนการสอนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม และแผนกภาษาบาลี เพราะพระสงฆ์ / สามเณรที่ปฏิบัติงานในเขตอำเภอกัลยาณิวัฒนาส่วนใหญ่มาปฏิบัติงานเรียนจบนักธรรมแล้ว และมาปฏิบัติธรรมเพียงชั่วคราวเท่านั้น และเป็นอำเภอที่เกิดขึ้นมาใหม่ ดังนั้นจึงไม่มีการจัดการเรียนการสอน ซึ่งเป็นจุดอ่อนอย่างหนึ่งในการเผยแผ่ ที่ไม่มีสำนักเรียนด้านพระพุทธศาสนาเนื่องจากขาดบุคลากรด้านครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม และแผนกบาลี
ด้านการศึกษาสงเคราะห์ พบว่า ในชุมชนได้มีการเปิดโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ให้กับบุตรหลานของคนในชุมชนที่เรียนในระดับประถมศึกษา หรือมัธยมศึกษาที่อยู่ใกล้อาศรมในบางพื้นที่บางพื้นที่ยังไม่เปิดโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เนื่องจากพระสงฆ์ /สามเณรที่ปฏิบัติงาน ในพื้นที่ยังไม่มีความพร้อมในการทำหน้าที่ในการเป็นครูถ่ายทอดความรู้ให้แก่เด็ก และเยาวชนในด้านพระพุทธศาสนา
ด้านการเผยแผ่ศาสนธรรม พบว่า พระสงฆ์ / สามเณรที่ปฏิบัติงานในชุมชนมีการการเผยแผ่ศาสนธรรมให้กับชาวบ้านในโอกาสที่สำคัญ เช่น วันสำคัญของชาติ และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา หรือในพิธีกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นตามเทศกาล โดยเน้นให้ชาวบ้านได้นำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตโดยวิธีการเผยแผ่ทางเสียงตามสาย ทางวิทยุชุมชนหรือแสดงธรรมในวันสำคัญต่างๆ และชักจูงให้เด็กและเยาวชนเข้ามาแสดงตนเป็นพุทธมามกะในแต่ละปี
ด้านสาธารณูปการ พบว่า พระสงฆ์ / สามเณรที่เข้าไปปฏิบัติงานในชุมชนได้ช่วยคิด และช่วยชาวบ้านจัดทำโครงการด้านสาธารณูปการในชุมชน โดยเขียนโครงการเสนอของบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งการเสนอของงบประมาณในการสร้างหรือซ่อมอาศรม จากสำนักงานโครงการพระธรรมจาริกส่วนภูมิภาคด้วย และมีการปลูกไม้ยืนต้นในอาศรมเพื่อให้เกิดความร่มรื่น เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับชุมชน อาศรมในแต่ละแห่งยังขาดงบประมาณ ขาดวัสดุอุปกรณ์ในการสร้าง หรือซ่อมแซมอาศรม ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชน และเป็นที่พึ่งทางจิตใจของประชาชน มีผลทำให้สมาชิกในหมู่บ้านมารับบริการใช้อาศรมในการจัดกิจกรรมต่างๆ ไม่สะดวกเท่าที่ควร
ด้านสาธารณสงเคราะห์ พบว่า พระสงฆ์ / สามเณรที่ปฏิบัติงานในชุมชนได้ช่วยสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาสังคมหรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ช่วยเหลือเฉพาะราย ช่วยเหลือกลุ่มชน และช่วยงานชุมชน และเป็นที่ปรึกษาให้กับชุมชนด้วย พระสงฆ์ได้มีบทบาทในการปฏิบัติงานกับชุมชน ได้จัดตั้งกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มเกษตรกรด้านการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ การจัดการโครงการต่างๆ ด้านการพัฒนาชุมชน ตามความต้องการของสมาชิกชุมชน โดยเสนอโครงการไปยังหน่วยงานระดับท้องถิ่นหรือเสนอต่อโครงการพระธรรมจาริกส่วนภูมิภาค