พุทธวิธีบริหารจัดการงานยุติธรรม เพื่อบูรณาการกับงานยุติธรรมในสังคมไทย

Main Article Content

Suthep Prohmlers

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์  ๓  ประการ  คือ  ๑) เพื่อศึกษาพุทธวิธีบริหารจัดการงานยุติธรรม  ๒) เพื่อศึกษาความยุติธรรมในสังคมไทยและ  ๓)  เพื่อศึกษาบูรณาการพุทธวิธีบริหารจัดการงานยุติธรรมกับความยุติธรรมในสังคมไทย งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยศึกษาจากเอกสาร ผลการวิจัยพบว่า จากการศึกษาพุทธวิธีบริหารจัดการงานยุติธรรมพบว่า เป็นวิธีการที่พระพุทธเจ้าทรงใช้ในการบริหารและจัดการงานยุติธรรมที่ปรากฏในคัมภีร์พระไตรปิฎก  ประเภทของงานยุติธรรม  มี  ๒  ประเภท คืองานยุติธรรมตามหลักธรรมจริยา และงานยุติธรรมตามหลักสมจริยา  เกณฑ์กำหนดหรือเงื่อนไขของงานด้านยุติธรรม ได้แก่  อายุ  เพศ  ภาวะ  สถานะหรือฐานะ  กาละ และเทศะ  พุทธวิธีบริหารจัดการงานยุติธรรม ประกอบด้วยการบริหารจัดการองค์กรในงานยุติธรรม  การบริหารจัดการบุคคล  การบริหารจัดการกระบวนการในงานยุติธรรม  และการบริหารจัดการวิธีการงานยุติธรรม  หลักธรรมที่เกี่ยวข้องกับงานยุติธรรม ได้แก่  เมตตาธรรม ความเสมอภาค สามัคคีธรรม และสันติภาพ 


จากการศึกษาความยุติธรรมในสังคมไทย  พบว่า  งานยุติธรรม หมายถึง  งานที่เกี่ยวกับความยุติธรรมที่เกิดจากแนวคิดเรื่องความยุติธรรมและงานยุติธรรมในกฎหมายไทย ที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการความชอบธรรม ความถูกต้อง ความไม่ลำเอียงด้วยอคติ  งานยุติธรรมในสังคมไทยในอดีตได้อาศัยแนวคิดทั้งจากคัมภีร์พระมนูธรรมศาสตร์  ราชศาสตร์ กฎหมายตราสามดวง และพระธรรมนูญศาลยุติธรรม  และในปัจจุบ้น สังคมไทยใช้ระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษร (Civil Law)    จากการศึกษากระบวนการยุติธรรมพบว่าใช้ระบบศาลเป็นผู้พิจารณา  ประกอบด้วยศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์  และศาลฎีกา  วิธีการงานยุติธรรมในสังคมไทยพบว่า  เป็นไปตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและพาณิชย์  และปัญหางานยุติธรรมในสังคมไทยมีหลายด้าน


จากการศึกษาบูรณาการพุทธวิธีบริหารจัดการงานยุติธรรมกับความยุติธรรมในสังคมไทย พบว่า  ควรมีการบูรณาการ  ๔  ด้าน  คือ  การบูรณาการการบริหารจัดการองค์กรและบุคคลในงานยุติธรรมโดยการนำเอาระบบไตรสิกขาเข้ามาบูรณาการ  โดยคำนึงถึงวัย  เพศ  เวลา  เทศะหรือสถานที่  การบูรณาการกระบวนการยุติธรรม ควรมีการบูรณาการโครงสร้างของศาลให้สอดคล้องกับประเภทของประมวลกฎหมาย และการบริหารจัดการงานยุติธรรมที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการกระทำความผิด การแยกแยะลักษณะของบุคคลและกลั่นกรองคดีความในเบื้องต้น และควรมีการกำหนดโทษแก่ผู้โจทก์ด้วยเรื่องเท็จและผู้สร้างพยานเท็จ  การบูรณาการวิธีการงานยุติธรรม  ควรให้โอกาสแก่ประชาชนที่เกี่ยวข้องกับคดีมีส่วนร่วมในการดำเนินการเกี่ยวกับงานยุติธรรม และการให้สังคมได้รับบทเรียนจากการวินิจฉัยทางกฎหมาย  และการบูรณาการเป้าหมายในงานยุติธรรม  ควรคำนึงถึงคุณธรรมของผู้วินิจฉัยคดี การละเว้นอคติ ๔  การเน้นความสมานฉันท์ของส่วนรวม เมตตาธรรม  ความเสมอภาค  สามัคคีธรรม  และสันติภาพของสังคม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Prohmlers, S. “พุทธวิธีบริหารจัดการงานยุติธรรม เพื่อบูรณาการกับงานยุติธรรมในสังคมไทย”. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, ปี 5, ฉบับที่ 2, ธันวาคม 2018, น. 39-52, https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JMA/article/view/162877.
ประเภทบทความ
บทความวิจัย