การศึกษาทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวคิด ในพระสุตตันตปิฎก ของพระพุทธศาสนาเถรวาท
Main Article Content
บทคัดย่อ
รายงานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อการศึกษาทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวคิดในพระสุตตันตปิฎกของพระพุทธศาสนาเถรวาท โดยศึกษาจากพระไตรปิฎก เอกสารทางวิชาการ และงานวิจัยเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ผลการศึกษาวิจัยพบว่า การศึกษาทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวคิดในพระสุตตันตปิฎกของพระพุทธศาสนาเถรวาท หลักพระสุตตันตปิฎกของพระพุทธศาสนาเถรวาทมีจำนวนมากแต่ในที่นี้ยกมาพอเป็นสังเขป ดังนี้คือพระสูตรที่ ๑ ว่าด้วยอานัณยสูตร พระสูตรที่ ๒ ว่าด้วยทีฆชาณุสูตรและพระสูตรที่ ๓ ว่าด้วยกุลสูตรเป็นต้น พระสูตรทั้งหมดที่กล่าวมานี้สามารถสรุปลงในหลักมัชฌิมาปฏิปทาในการดำเนินชีวิต คือ ดำเนินตามอริยมรรคมีองค์ ๘ ซึ่งพระพุทธองค์ทรงแสดงความหมายของสายกลาง หรือมัชฌิมาปฏิปทาไว้ในปฐมเทศนาว่า ได้แก่ การไม่ลุ่มหลง ไม่หมกมุ่น ไม่มัวเมา ไม่ประมาท ไม่โลภมากและไม่เบียดเบียนผู้อื่นพึงหลีกเลี่ยงส่วนสุดโต่ง ๒ อย่าง คือ (๑) กามสุขัลลิกานุโยค การหลงมัวเมาในเรื่อง กามสุข (ประพฤติหย่อนเกินไป) (๒) อัตตกิลมัตถานุโยค การทรมานตนให้ลำบาก (เคร่งครัดเกินไป) เพื่อให้ดำเนินตามทางสายกลางได้แก่ พระอริยมรรคมีองค์ ๘ หรือเรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทาเป็นทางสายกลาง เป็นทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ ซึ่งสามารถสรุปลงได้ในไตรสิกขา คือ ศีลสิกขา จิตสิกขาและปัญญาสิกขา ดังนั้น ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวคิดในพระสุตตันตปิฎกของพระพุทธศาสนาเถรวาทเป็นแนวทางดำเนินชีวิต มีความเข้าใจสิ่งต่างๆอย่างเป็นบูรณาการที่นำไปใช้ในชีวิตประจำวันดำเนินชีวิตแบบพอมีพอกินพอใช้และสุจริตเป็นสัมมาอาชีวะก่อนเป็นเบื้องต้นแล้วค่อยพัฒนาไปสู่การกินดี อยู่ดีเป็นลำดับต่อไป เศรษฐกิจพอเพียงจึงปรัชญาหรือแนวคิดโดยมีหลักการและอุดมการณ์ที่จะช่วยพัฒนาชีวิตมนุษย์และสังคมโลกให้มุ่งไปสู่ความยั่งยืนด้วยการรู้ตนเอง เพื่อตนเอง พอเพียง มีเหตุผลและพอประมาณ ดุลยภาพที่เกิดจากเศรษฐกิจพอเพียง จะทำให้สังคมประสบกับสันติสุขอย่างแท้จริงได้ในที่สุด