การสังเคราะห์หลักมัชฌิมาปฏิปทา ในพุทธปรัชญาเถรวาท เพื่อใช้เป็นจริยศาสตร์ธุรกิจ
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของดุษฎีนิพนธ์เรื่อง “การสังเคราะห์หลักมัชฌิมาปฏิปทาในพุทธปรัชญาเถรวาทเพื่อใช้เป็นจริยศาสตร์ธุรกิจ” มีวัตถุประสงค์ดังนี้ ๑) เพื่อวิเคราะห์แนวคิดจริยศาสตร์ประโยชน์นิยมในทัศนะของจอห์น สจ๊วต มิลล์ที่ใช้เป็นจริยศาสตร์ธุรกิจ ๒) เพื่อวิเคราะห์หลักมัชฌิมาปฏิปทาในพุทธปรัชญาเถรวาทที่ใช้เป็นจริยศาสตร์ธุรกิจ ๓)เพื่อสังเคราะห์หลักมัชฌิมาปฏิปทาในพุทธปรัชญาเถรวาทเพื่อใช้เป็นจริยศาสตร์ธุรกิจการวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงเอกสาร ผลการวิจัยพบว่า แนวคิดจริยศาสตร์ประโยชน์นิยมในทัศนะของจอห์น สจ๊วต มิลล์ มุ่งให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ของการกระทำ คือ มุ่งผลประโยชน์สูงสุด หรือมุ่งกำไรสูงสุดให้กับเจ้าของธุรกิจเป็นหลัก แต่ไม่ให้ความสำคัญกับผู้กระทำ และวิธีการกระทำ ส่วนหลักมัชฌิมาปฏิปทาในพุทธปรัชญาเถรวาท ให้ความสำคัญกับที่ผู้กระทำ วิธีการกระทำและผลลัพธ์ของการกระทำ สำหรับความต้องการในผลลัพธ์ของการกระทำในทางธุรกิจ คือ เพื่ออำนวยความสะดวกในการพัฒนามนุษย์ผ่าน ๓ ขั้นตอน คือ ๑) ทำให้เกิดสะดวกสบายและมีความปลอดภัย ๒) มีจิตที่ดีบริสุทธิ์ และ ๓) มีเสรีภาพภายในจิตใจ สำหรับผลจากการสังเคราะห์แนวคิดจริยศาสตร์ประโยชน์นิยมในทัศนะของจอห์น สจ๊วต มิลล์ และหลักมัชฌิมาปฏิปทาในพุทธปรัชญาเถรวาทเพื่อใช้เป็นจริยศาสตร์ธุรกิจ คือ หลัก 3R ประกอบด้วย ๑) Right Actor คือ ผู้กระทำใช้ปัญญาในการทำธุรกิจประกอบด้วยเจตนาดี ๒) Right Action คือ มีวิธีการทำธุรกิจด้วยทักษะที่ดีและมีศีลธรรมรองรับ ๓)Right Commitment คือทำธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นในผลลัพธ์ เพื่อประโยชน์สุขของทุกคน