การบริหารสถานศึกษาเอกชนในยุคดิจิทัล
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบการบริหารสถานศึกษาเอกชนในยุคดิจิทัลด้วย กระบวนการวิจัยเชิงอนาคตแบบชาติพันธุ์วรรณา ผู้วิจัยทําการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิแบบเจาะจงจํานวน ๑๓ คน โดยการใชก้ ารสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างและแบบสอบถามความคิดเห็นเป็นเครื่องมือในการวิจัย และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่ามัธยฐาน ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ โดยใช้โปรแกรมสําเร็จรูปและการ วิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า การบริหารสถานศึกษาเอกชนในยุคดิจิทัลเป็นพหุวิธีการสนับสนุน กระบวนการบริหารจัดการของสถานศึกษาให้สอดรับการการเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัยซึ่งประกอบด้วย (๑) การวางแผนกําหนดกรอบและทิศทางควรมีการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและความต้องการของผู้ที่ เกี่ยวข้องเพื่อให้แผนสอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาและสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม (๒) การพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษาควรมุ่งเน้นความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมและทักษะต่าง ๆ ที่จําเป็นในยุคดิจิทัลให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิดขั้นสูง (Higher-Over Thinking) ด้วยการวิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ (๓) การจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาเอกชนควร มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียน เช่น การเรียนรู้แบบ Active learning การสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) เป็นต้น โดยคํานึงถึงความแตกต่างทางศักยภาพของผู้เรียนรายบุคคล (๔) การคัดเลือกทรัพยากรมนุษย์ ควรคัดเลือกบุคลากรที่มีองค์ความรู้และทักษะที่จําเป็นในการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพต่อการเรียนรู้ ของผู้เรียน และมีทัศนคติที่เปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม (๕) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ควรส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของ บุคลากรเพื่อให้เอื้ออํานวยต่อการจัดการเรียนรู้ (๖) การวางแผนงบประมาณต้องครอบคลุมการจัดสรร ทรัพยากรที่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันและต้องมีการสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในการสนับสนุนเงินงบประมาณด้านสื่อสารสนเทศและเทคโนโลยี (๗) การสนับสนุนและ ใช้เทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการศึกษาควรมีการจัดสรรอุปกรณ์ดิจิทัลที่มีคุณภาพและพัฒนา สภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ของบุคลากร ผู้เรียนและการ ดําเนินงานของสถานศึกษา
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ประกาย ศรีจันทึก. “ผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนครั้งที่ ๑/๒๕๖๔”. ม.ป.ป.
ราชกิจจานุเบกษา. “พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน”. เล่ม ๑๒๕. ตอนที่ ๗ ก (มกราคม ๒๕๕๑) : ๑-๒๙.
สงบ อินทรมณี. “การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล”. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น. ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๑ (มกราคม – มิถุนายน ๒๕๖๒) : ๓๕๔-๓๕๙.
สุกัญญา แช่มช้อย. การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๖๑.
สํานักคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน. "แนวดําเนินการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาประเภทสามัญศึกษาตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๔)". ม.ป.ป.
สุรศักดิ์ ปาเฮ. การศึกษาภควันตภาพเรียนได้ทุกหนทุกแห่งและทุกเวลา. แพร่: แพร่ไทยอุตสาหการพิมพ์, ๒๕๖๒.
Jame Owen. “The Principalship : Theory,”. Michigan Business Review. (25 January 1973) pp. 13-19.
ธงชัย สมบูรณ์. “หัวหรือก้อย: การศึกษาไทยกับสถานการณ์ของสังคมโลก”. มติชน ออนไลน์. [ออนไลน์].
แหล่งที่มา: https://www.matichon.co.th/article/news_2376852 [๔ ตุลาคม ๒๕๖๓].
ศุภเสฏฐ์ คณากูล. “คาดเปิดเทอมปี ๒๕๖๕ โรงเรียนเอกชนปิดกิจการอีก ๕๐ แห่ง”. ประชาชาติธุรกิจ.
[ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www.prachachat.net/education/news-924588 [๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕].
สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. "แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐–๒๕๖๔)". [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.nesdb.go.th/ [๔ เมษายน ๒๕๖๒].