ผลการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษโดยใช้รูปแบบการสอนแบบเนื้อหาเป็นฐานสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (๑) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษก่อนและหลังเรียน ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษโดยใช้รูปแบบการสอนแบบเนื้อหาเป็นฐานสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ (๒) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษโดยใช้รูปแบบการสอนแบบเนื้อหาเป็นฐาน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ โรงเรียนบ้านสวนอุดมวิทยา จำนวน ๑ ห้องเรียน ๓๐ คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ (๑) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษโดยใช้รูปแบบการสอนแบบเนื้อหาเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ จำนวน ๕ แผน แผนละ ๒ ชั่วโมง รวมเป็นเวลา ๑๐ ชั่วโมง (๒) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน เป็นแบบทดสอบปรนัยเลือกตอบ จำนวน ๓๐ ข้อ (๓) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียน ใช้การประเมินตามสภาพจริงโดยใช้แบบประเมินในลักษณะมาตรประมาณค่า ๕ ระดับ (rating scale) ของลิเคิร์ท (Likert’s Scale) จำนวน ๑๖ ข้อ รูปแบบการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง One Group Pretest – Posttest Design สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าทดสอบที (t-test dependent) ผลการวิจัยพบว่า (๑) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ หน่วยการเรียนรู้ Herb เรื่อง Herb for stomach, Herb for muscle, Herb for fever & cough, Herb for health, Herb for apply. ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษโดยใช้รูปแบบการสอนแบบเนื้อหาเป็นฐานหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ (๒) ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษโดยใช้รูปแบบการสอนแบบเนื้อหาเป็นฐาน พบว่า ภาพรวมคะแนนเฉลี่ย ความพึงพอใจของนักเรียนอยู่ในระดับดีมาก (X̅= ๔.๗๔, SD = ๐.๔๕)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กีรติกา มาฆะสุข. “การศึกษาความสามารถทางการอ่านภาษาอังกฤษและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ด้วยการสอนภาษาที่เน้นเนื้อหาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ หลักสูตร English Program”. วารสารมหาวิทยาราชภัฏยะลา. ปีที่ ๑๔ ฉบับที่ ๓ (กันยายน-ธันวาคม ๒๕๖๒) : ๓๘๙-๓๙๘.
คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. ยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, ๒๕๖๑.
ธัญญวิทย์ วุฒิสว่างวงศ์. “ผลของการสอนที่เน้นเนื้อหาวิชาโดยใช้วิธีสอนแบบซิกซ์ทีที่มีต่อทักษะการนำเสนอ งานด้วยวาจาของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น”. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา. ปีที่ ๑๒ ฉบับที่ ๓ (กรกฎาคม-กันยายน ๒๕๖๐) : ๓๓๐-๓๔๕.
บุญชม ศรีสะอาด. วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ ๕. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น, ๒๕๕๖.
ลำไย สิงห์สุข. “การสอนภาษาอังกฤษโดยใช้เนื้อหาเป็นสื่อในการจัดการเรียนการสอนนักศึกษาครุศาสตร์”. วารสารรัตนปัญญา. ปีที่ ๕ ฉบับที่ ๑ (มกราคม- มิถุนายน ๒๕๖๓) : ๒๔๙–๒๕๘.
อัศวิน ลิ้มชัยเจริญ. “ผลของการใช้รูปแบบการสอนแบบเน้นเนื้อหาต่อทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนไทย ระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลายที่เรียนภาษาอังกฤษในฐานะที่เป็นภาษาต่างประเทศ”. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา. ปีที่ ๑๓ ฉบับที่ ๓ (กรกฎาคม - กันยายน ๒๕๖๑) : ๔๙๐-๕๐๓.
Brinton, D. M., M. A. Snow, and M. B. Wesche. Content-Based Second Language Instruction. New York: Newbury House, 1989.
Cronbach, L. J. Essentials of Psychological Test. 5th ed. New York : Harper Collins, 1970.
Krashen, S. D. and Terrell D. T. The Natural Approach: Language Acquisition In The Classroom. Hayward, CA : Alemany Press, 1983.
Littlewood, W. Communication Language Teaching. Cambridge : Cambridge University Press, 1981.
Mohan, B. A. Language and Content : Reading. MA : Addison-Wesley, 1986.
Settlage et al. “Inquiry Science, Sheltered Instruction, and English Language Learners: Conflicting Pedagogies in Highly Diverse Classrooms”. Issues in Teacher Education, Vol.14 No.1 (Spring 2005) : 39-57.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา ๒๕๖๒. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www.obec.go.th/ [๑ สิงหาคม ๒๕๖๕].