แนวทางการอนุรักษ์เจดีย์ศรีไตรภูมิ ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

Main Article Content

พระมหามนตรี กพฺยาธิปติ (มีไหว)
พระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒิกโร
สานุ มหัทธนาดุลย์

บทคัดย่อ

          บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ คือ (๑) เพื่อศึกษาเจดีย์ในพระพุทธศาสนา (๒) เพื่อศึกษาการอนุรักษ์เจดีย์ในพระพุทธศาสนา และ (๓) เพื่อนำเสนอแนวทางการอนุรักษ์เจดีย์ศรีไตรภูมิตำบลนิคมพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาจากเอกสารและสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลหลัก ๑๓ รูป/คน ดำเนินการวิเคราะห์เนื้อหาและนำเสนอรายงานในลักษณะการพรรณาความ


          ผลการศึกษาวิจัยพบว่า เจดีย์ในพระพุทธศาสนาสร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอริยสาวก และพระเจ้าจักรพรรดิ เจดีย์หรือสถูปในสมัยพุทธกาลเป็นไปตามพระดำริของพระพุทธองค์ที่อนุญาตให้สร้างไว้ เรียกว่า สังเวชนียสถาน ได้แก่ สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดปฐมเทศนาและดับขันธปรินิพพาน และต่อมามีปรากฏลักษณะเจดีย์ เรียกว่าพุทธเจดีย์ ได้แก่ ธาตุเจดีย์ บริโภคเจดีย์ ธรรมเดีย์และอุทเทสิกเจดีย์ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนาทรงคุณค่าต่อการกราบไหว้บูชาและ เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวพุทธ นำมาสู่การอนุรักษ์เจดีย์ในพระพุทธศาสนา พบว่า พระเจ้าอโศกมหาราชได้อนุรักษ์บูรณะปฏิสังขรณ์และได้สร้างอารามเจดีย์ ในกาลต่อมาเริ่มมีการอนุรักษ์ผ่านสถาปัตยกรรมตามความเชื่อรูปปั้นเทวดา รูปยักษ์รอบเจดีย์จะคอยปกป้องรักษาและดูแลเจดีย์ สู่การอนุรักษ์ตามหลักวิชาการ ประกอบด้วยการป้องกันการเสื่อมสภาพการรักษาสภาพ การเสริมความแข็งแรง การบูรณะ การจำลองแบบ การสร้างขึ้นใหม่ การประยุกต์ใช้สอย นอกจากนี้ ยังพบว่า วิธีการอนุรักษ์ที่เหมาะสม เริ่มจากการศึกษาทำความเข้าใจ การวางแผน และการประเมินความสำคัญคุณค่า และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น จากการมีส่วนร่วมดำเนินการอนุรักษ์เจดีย์ให้มีประสิทธิภาพและให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน สำหรับแนวทางการอนุรักษ์เจดีย์ศรีไตรภูมิ ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง พบว่า จุดเริ่มของการอนุรักษ์คือการให้ความรู้ความเข้าในการอนุรักษ์เจดีย์ที่ถูกต้องตามหลักวิซาการผสานกับหลักพุทธศาสนาให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต่อจากนั้นเริ่มปลูกฝังเยาวชนให้มีจิตสำนึกของการเป็นพุทธศาสนิกชนและเห็นคุณค่าประโยชน์ของเจดีย์ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง วัด บ้านโรงเรียน ภาครัฐ เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาตามหลักสัมมาปฏิบัติต่อเจดีย์ถือได้ว่าเป็นการสืบทอดศาสนาที่มาจากศรัทธาแท้จริงตลอดจนการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นให้ยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
กพฺยาธิปติ (มีไหว) พ., วุฑฺฒิกโร พ., และ มหัทธนาดุลย์ ส. “แนวทางการอนุรักษ์เจดีย์ศรีไตรภูมิ ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง”. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, ปี 10, ฉบับที่ 3, ธันวาคม 2023, น. 270-84, https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JMA/article/view/267730.
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ชัยณรงค์ ดีอินทร์. “รูปแบบเจดีย์เหลี่ยมย่อมุม สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น (ระหว่างสมัยรัชกาลที่ ๑-๓”. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. ประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๓๔.

ปิยวรรณ หอมจันทร์ และคณะ. “กระบวนการอนุรักษ์ศาสนสถานในมรดกโลกทางวัฒนธรรมของไทย”. วารสาร มจร การพัฒนาสังคม. ปีที่ ๕ ฉบับที่ ๓ (กันยายน-ธันวาคม ๒๕๖๓) : ๓๘-๔๐.

พระมหากฤษธิชัย กิตฺติธมฺโม. “การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมในพระไตรปิฎก”. พุทธจักร. ปีที่ ๗๕ ฉบับที่ ๒ (พฤษภาคม-มิถุนายน ๒๕๖๔) : ๖๓-๗๐.

พระมหาสิงขร ปริยตฺติเมธี. “พระพุทธศาสนาในรัชสมัยพระ”. วารสารพุทธมัคค์. ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๑ (มกราคม-มิถุนายน ๒๕๕๙) : ๔๑.

พระรังสรรค์ จนฺทสีโล. “แนวทางในการอนุรักษ์ศาสนสถานวัดพระธาตุดอยถ้ำของชุมชน ตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียง”. พิฆเนศวร์สาร. ปีที่ ๑๓ ฉบับที่ ๒ (กรกฎาคม-ธันวาคม ๒๕๖๐) : ๔๘-๔๙.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙.

_________. พระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาเตปิฏกํ ๒๕๐๐. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๕.

รัฏฐา ฤทธิศร. “การศึกษาพัฒนาการของเจดีย์ล้านนา”. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, ประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๑.

สมชาติ จึงสิริอารักษ์. “ความเชื่อและแนวความคิดในการอนุรักษ์โบราณสถานของไทยจากอดีตสู่ปัจจุบัน”. หน้าจั่ว ว่าด้วยประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมและสถาปัตยกรรมไทย. ปี ๒๕๕๕ ฉบับที่ ๘ (กันยายน ๒๕๕๕-สิงหาคม ๒๕๕๖) : ๘.

สมชาย เปรมจิตต์และคณะ. พระเจดีย์ในลานนาไทย. งานวิเคราะห์และอนุรักษ์ศิลปะและสถาปัตยกรรมลานนาไทย. โครงการศึกษาวิจัยศิลปะสถาปัตยกรรมลานนา สถาบันวิจัยสังคม: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๒๔.

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ. ตำนานพระพุทธเจดีย์. พิมพ์ครั้งที่ ๖. พระนคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศิวพร, ๒๕๑๐.

Engelhardt Richard A. “Special Singificance of the World Heritage Sites of Religious Interest-Key issues Concerning their Protection, Conservation, Restoration, and Management)”. International Consultative Workshop on the Conservation and Management of the World Heritage of religious interest in Asia-Pacific, (Bangkok and Nakhon Phanom Province, 17-19 May 2017) : 5.

Nguyen Loan. “Conservation, and Management of Sacred Cultural Landscape Sites in Asia”, International Consultative Workshop on the Conservation and Management of the World Heritage of religious interest in Asia-Pacific, (Bangkok and Nakhon phanom Province, 17-19 May 2017) : 10.

Oo Tan Saw. “Living Religious Heritage Properties in Asia: Restoration, Reconstruction and Redesign”. International Consultative Workshop on the Conservation and Management of the World Heritage of religious interest in Asia-Pacific, (Bangkok and Nakhon Phanom Province, 17-19 May 2017) : 9.

Rll Hae Un. “Special Singificance of the World Heritage Sites of Religious Interest-Key issues Concerning their Protection, Conservation, Restoration, and Management)”. International Consultative Workshop on the Conservation and Management of the World Heritage of religious interest in Asia-Pacific, (Bangkok and Nakhon phanom Province, 17-19 May 2017) : 4.

Sidorenko, A. “Implementation of the UNESCO Initiative on Heritage of Religious Interest”. International Consultative Workshop on the Conservation and Management of the World Heritage of religious interest in Asia-Pacific. (Bangkok and Nakhon phanom Province, 17-19 May 2017) : 3.

พระเทพวัชรบัณฑิต. “การอนุรักษ์และการจัดการปูชนียสถาน”. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www. mcu. ac.th/article/detail/35374 [๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๕].

พระมหาสมจินต์ สมฺมาปญฺโญ. การสร้างเจดีย์เป็นพุทธประสงค์. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www.mcu.ac.th/article/detail/503 [๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๕].