ภาวะผู้นำของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมในองค์กรของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต ๑

Main Article Content

กัญญาภัค ทองศรี
นิพิฐพนธ์ สนิทเหลือ

บทคัดย่อ

          บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (๑) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำของผู้บริหารในองค์กรของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต ๑ (๒) การทำงานเป็นทีมในองค์กรของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการเขต ๑ (๓) ภาวะผู้นำของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมในองค์กรของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต ๑ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย ครูที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ จำนวน ๓๒๗ คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางเทียบหากลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามระดับภาวะผู้นำของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมในองค์กรของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต ๑ มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาค่า ๕ ระดับ ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ ๐.๘๒ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย (x ̅)ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา การวิเคราะห์ความแปรปรวน  ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอนมากไปหาน้อย ได้แก่ การมีความคิดริเริ่ม การรู้จักปรับปรุงแก้ไขยอมรับนับถือ การให้ความช่วยเหลือการโน้มน้าวจิตใจ การประสานงาน และการเข้ากับสังคมได้ดี  (๒) การทำงานเป็นทีมในองค์กรของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต ๑ในภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับ มาก โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ การติดต่อสื่อสาร การร่วมมือ การประสานงานการมีความคิดสร้างสรรค์ และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (๓) การวิเคราะห์ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ตำแหน่ง ประสบการณ์ในการทำงานการทำงานเป็นทีมในองค์กรของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต ๑ ไม่แตกต่างกัน  (๔) ภาวะผู้นำส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมในองค์กรของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการเขต ๑ อย่างมีนัยสำคัญที่ ๐.๕โดยตัวแปรที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมสมการ ได้แก่ ด้านการมีความคิดริเริ่ม ด้านการให้ความช่วยเหลือ ด้านการประสานงาน ด้านการโน้มน้าวจิตใจ ด้านการเข้าสังคมได้ดี ด้านการยอมรับนับถือและด้านการรู้จักปรับปรุงแก้ไข โดยมีประสิทธิภาพในการทำงานร้อยละ ๓.๗๕

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ทองศรี ก., และ สนิทเหลือ น. “ภาวะผู้นำของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมในองค์กรของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต ๑”. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, ปี 11, ฉบับที่ 3, ธันวาคม 2024, น. 146-63, https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JMA/article/view/271370.
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. แผนการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๕ – ๒๕๗๙. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๖๐.ธีระ รุญเจริญ. ความเป็นมืออาชีพในการจัดและบริหารการศึกษายุคปฏิรูปการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: แอลที่เพรส, ๒๕๕๐.

ธณิศรา แสนจริง. “ภาวะผู้นําของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของข้าราชการครูสังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษากรุงเทพมหานคร”. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์มหาบัณฑิต. สาขาการบริหารการศึกษา: มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพรพรรณ์, ๒๕๕๕.

บุญชม ศรีสะอาด. วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย เล่ม ๑. พิมพ์ครั้งที่ ๕. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาสน์, ๒๕๕๖.

ไพโรจน์ บาลัน. ทักษะการบริหารทีม. กรุงเทพเทพมหานคร: แอคทีฟพรินท์, ๒๕๕๑.

สัมมา รธนิธย์. หลักทฤษฎีและปฏิบัติการบริหารการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ ๒. ม.ป.ท., ม.ป.พ., ๒๕๕๖.

สุวิมล โตปืนใจ. “การปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๑”. วิทยานิพนธ์ครุ ศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาการบริหารการศึกษา: มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพรพรรณ์, ๒๕๕๖.

Stogdill, R. M. Handbook of leadership : A survey of theory and research. New York: Free Press, 1974.

Terry, G.R. Principles of management. New York: Home Wood, 1997.