แนวทางการบริหารกิจการลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ตามหลักอิทธิบาท ๔ ในโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดสระบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (๑) เพื่อศึกษาสภาพปัญหา การกิจการลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ในโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดสระบุรี (๒) เพื่อเสนอแนวทางการบริหารกิจการลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ตามหลักอิทธิบาท ๔ ในโรงเรียนมัธยมศึกษาจังหวัดสระบุรี ในการวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Research Methodology) โดยใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน ๓๐๒ คน แล้ววิเคราะห์ข้อมูล โดยหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง (semi-structured Interview) โดยเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน ๙ รูป/คน แล้วสรุปข้อมูลโดยการวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า (๑) ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้กำกับลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ของโรงเรียนมัธยมศึกษา ในจังหวัดสระบุรีมีความคิดเห็นต่อสภาพปัญหาการบริหารกิจการลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ในโรงเรียนมัธยมศึกษาจังหวัดสระบุรี ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (๒) แนวทางการบริหารกิจการลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ตามหลักอิทธิบาท ๔ ในโรงเรียนมัธยมศึกษา ในจังหวัดสระบุรี ประกอบไปด้วย ๔ แนวทางดังนี้ ๑) ด้านการบริหารทั่วไป ใช้ความพอใจในการทำงานของบุคลากรของบุคลากร ที่มีความพอใจที่จะทำงานก่อนเป็นอันดับแรก การร่วมมือกันในการทำงาน ต้องเกิดจากความพึงพอใจเป็นสำคัญ ใช้ระบบทีมไม่ปล่อยให้บุคลากรรับผิดชอบในการทำงานเพียงรำพัง สร้างทีมงานให้เข้มแข็ง ๒) ด้านบุคลากร ให้บุคลากรที่มีความชอบทำงานหรือทำกิจกรรมที่ชอบ ตรงความสามารถ ระบุหน้าที่ของบุคลากรทุกคนให้ตรงกับความถนัด ๓) ด้านการจัดกิจกรรมลูกเสือ ให้บุคลากรทางลูกเสือมีความตั้งใจ มีใจที่จะจัดทำแผนลูกเสือ ประชุมและพูดคุยกันให้บ่อยครั้ง เพื่อจะได้ทบทวนการดำเนินกิจกรรมต่างๆให้ครบถ้วนตามกระบวนการลูกเสือ ๔) ด้านการติดตามประเมินผล ให้มีการนิเทศติดตามว่ากิจกรรมลูกเสือมีความคืบหน้าเพียงใด ทั้งก่อนเริ่มกิจกรรมและหลังทำกิจกรรม ให้บุคลากรทางลูกเสือเตรียมความพร้อมและเตรียมเครื่องมือที่จะใช้เก็บข้อมูลหรือการวิจัยก่อนทำกิจกรรมและหลังทำกิจกรรม
คำสำคัญ:แนวทางการบริหารกิจการลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่;อิทธิบาท๔;โรงเรียนมัธยมศึกษา
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
บรรณานุกรม
กระทรวงศึกษาธิการ. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑. กรุงเทพมหานคร: กระทรงศึกษาธิการ, ๒๕๕๑.
สมศักดิ์ อิ่มเอิบ. “แนวทางการดำเนินงานกิจกรรมลูกเสือของสถานศึกษาในอำเภอท่าวุ้ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต ๑”. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา.บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, ๒๕๕๔.
สำนักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแหงชาติ.พระราชบัญญัติลูกเสือแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑. กรุงเทพมหานคร : คุรุสภาลาดพร้าว, ๒๕๕๑.
สำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. คู่มือการจัดกิจกรรมฝึกอบรมสภานักเรียน.กรุงเทพมหานคร :โรงพิมพ์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, ๒๕๕๘.
สุภาพร จตุรภัทรและเฟื่องอรุณ ปรีดีดิลก. “แนวทางการพัฒนาลูกเสือไทยเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดี”.วารสารครุศาสตร์. ปีที่ ๔๒ ฉบับที่ ๒ (เมษายน-พฤษภาคม ๒๕๕๗): ๕๗-๗๑.
-------------------. “แนวทางการพัฒนาลูกเสือไทยเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดี”. วารสารครุศาสตร์. ปีที่ ๔๒ ฉบับที่ ๒ (เมษายน-พฤษภาคม ๒๕๕๗): ๕๗-๗๑.
อดุลย์ วังไชยเลิศ.“สภาพการดำเนินงานกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารีสามัญรุ่นใหญ่ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๕”. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง, ๒๕๕๕.
อดุลย์ สุขเจริญ, “ปัญหาและแนวทางแก้ไขการบริหารงานกิจกรรมลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ในโรงเรียนมัธยมศึกษา ในเขตอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี”. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยบูรพา, ๒๕๔๘.
อภัย จันทวิมล. นิพนธ์การลูกเสือ. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิส่งเสริมลูกเสือแห่งประเทศไทย, ๒๕๔๕.