ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการโฆษณาสถานพยาบาลเอกชน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (๑) ศึกษาปัญหาและอุปสรรคทางกฎหมายในการบังคับใช้พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม เกี่ยวกับการควบคุมการโฆษณาของสถานพยาบาลเอกชน โดยเฉพาะคลินิกเสริมความงาม(๒) วิเคราะห์เปรียบเทียบปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมการโฆษณากับกฎหมายของสาธารณรัฐเกาหลีและเครือรัฐออสเตรเลียและ (๓) เสนอแนะแนวทางแก้ไขกฎหมายให้มีประสิทธิภาพเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ อาศัยการศึกษาค้นคว้าจากเอกสาร เครื่องมือที่ใช้ ในการวิจัย คือ การวิเคราะห์ตัวบทกฎหมายและทฤษฎีเศรษฐศาสตร์วิเคราะห์กฎหมายและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ เป็นการบรรยายเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า (๑) ปัญหาและอุปสรรคทางกฎหมายในการบังคับใช้พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ ประกอบด้วย ๔ ประการ ได้แก่ ปัญหาการกระทำความผิดซ้ำซาก, ปัญหาอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๔๖, ปัญหาบทกำหนดโทษตามมาตรา ๖๘ และปัญหาองค์ประกอบของคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีตามมาตรา ๗๕ (๒) การวิเคราะห์เปรียบเทียบกฎหมาย พบว่ากฎหมายของประเทศไทยยังมีข้อจำกัดในการรับมือกับสื่อดิจิทัลและอัตราโทษยังไม่สอดคล้องกับหลักความได้สัดส่วนเมื่อเทียบกับต่างประเทศ และ (๓) แนวทางแก้ไขกฎหมายให้มีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย การแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๖๘ ให้อำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตและเพิ่มอัตราโทษปรับเป็นไม่เกินหนึ่งแสนบาท การแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๖ เพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบและสั่งระงับโฆษณาในระบบคอมพิวเตอร์ และการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 75 เพื่อเปิดช่องให้ประธานคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นปฏิบัติหน้าที่แทนได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
คณิต ณ นคร. กฎหมายอาญาภาคทั่วไป. พิมพ์ครั้งที่ ๕. กรุงเทพมหานคร : วิญญูชน, ๒๕๕๖.
ธนัญญา เชรษฐา. วิวัฒนาการและแนวคิดเกี่ยวกับการโฆษณาในการบริหารงานโฆษณา เล่ม ๑. นนทบุรี:
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๓๕.
นภัสวรรณ จันทร์หอม. “ปัญหาทางกฎหมายว่าด้วยการปรับเป็นพินัย: ศึกษากรณีการโฆษณายาอันตราย
หรือยาควบคุมพิเศษ”. สารนิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศรีปทุม, กรุงเทพ-
มหานคร, ๒๕๖๗.
ประไพ ตรีกาลนนท์. “อุปสรรคในกระบวนการบังคับใช้พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑
เพื่อควบคุมการโฆษณาสถานพยาบาล ในกรุงเทพมหานคร”. วารสารสาธารณสุขมูลฐาน
(ภาคกลาง). ปีที่ ๓๗ ฉบับที่ ๓ (๒๕๖๗) : ๕-๑๘.
ปรีดี เกษมทรัพย์. นิติปรัชญา. พิมพ์ครั้งที่ ๑๒. กรุงเทพมหานคร: โครงการตำราและเอกสารประกอบ
การสอนคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ๒๕๕๙.
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒. ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม ๙๖ ตอนพิเศษ ๗๒.
รุ่งนภา กิตติลาภ, อุมาวรรณ วาทกิจ, และร่มสน นิลพงษ์. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้บริการ
คลินิกเสริมความงาม. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ๒๕๖๓.
สมยศ เชื้อไทย. ความรู้กฎหมายทั่วไป. พิมพ์ครั้งที่ ๒๒. กรุงเทพมหานคร: วิญญูชน, ๒๕๕๙.
เสรี วงษ์มณฑา. การโฆษณาและการส่งเสริมการขาย. กรุงเทพมหานคร: ธีระฟิล์มและไซเท็กซ์, ๒๕๔๐.
Posner, R. A. Economic analysis of law. New York: Wolters Kluwer, 2014.
กรมกิจการผู้สูงอายุ. สังคมผู้สูงอายุในปัจจุบันและเศรษฐกิจในประเทศไทย. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา :
https://www.dop.go.th/th/know/1/926 [๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘]
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. นโยบาย Medical Hub. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : https://www.thailand
medicalhub.net/policy [๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘].
Australasian Legal Information Institute. Health practitioner regulation national law
(NSW). [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : https://classic.austlii.edu.au/au/legis/nsw/
consol_act/hprnl460/ [๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘].
Korea Legislation Research Institute. Medical Service Act 2007. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา :
https://elaw.klri.re.kr/eng_service/lawView.do?hseq=53532&lang=ENG [๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘