ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต ๑ -
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (๑) ศึกษาระดับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา (๒) หาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา (๓) ประเมินแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา เป็นการศึกษาแบบผสานวิธี แบ่งเป็น ๓ ระยะ ได้แก่ ระยะที่ ๑ ศึกษาระดับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาส กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารและครูโรงเรียนขยายโอกาส จำนวน ๒๒๓ คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามระดับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ ๐.๙๙ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระยะที่ ๒ หาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา เก็บข้อมูลโดย การสนทนากลุ่ม จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน ๙ รูป/คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ ร่างแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และระยะที่ ๓ ประเมินแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต ๑ ที่มีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป จำนวน ๑๕ คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบประเมิน สถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า (๑)ระดับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต ๑ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการสื่อสารและการมีส่วนร่วม อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา คือ ด้านการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมและความผูกพันต่อองค์กร อยู่ในระดับมากที่สุด และด้านต่ำสุด ได้แก่ด้านการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ อยู่ในระดับมากที่สุด (๒) แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ประกอบด้วย ๖ ด้าน ตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ด้านละ ๔ แนวทาง รวม ๒๔ แนวทาง (๓) ผลการประเมินแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา โดยภาพรวมด้านความถูกต้อง ด้านความเหมาะสม ด้านความเป็นได้ และด้านความเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด
คำสำคัญ:ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง;หลักสังคหวัตถุ ๔;ผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
นิจสิรี ปรุงแก้ว. “ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคการศึกษา ๔.๐ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต ๒”. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา.บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๖๕.
พระเทพวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตโต). ธรรมนูญชีวิต.กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ศรีอนันต์, ๒๕๓๙.
พระพรหมคุณาภรณ (ป.อ. ปยตุโต). ภาวะผู้นำ : ความสำคัญตอการพัฒนาคนพัฒนาประเทศ.กรุงเทพฯ :ธรรมสภา, ๒๕๔๖.
พิสณุ ฟองศรี. วิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ ๒.กรุงเทพมหานคร : เทียมฝ่าการพิมพ์, ๒๕๔๙.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙.
มาตารักษ์ คำสอง. “ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต ๒”. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา.บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๖๕.
รมิดา เศรษฐบดี. “รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำการเรียนรู้ของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”.ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนา การศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย :มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, ๒๕๖๖.
รัตน์สุดา พรมสุปัด. “ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมการศึกษาของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต ๑”,วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาการบริหารการศึกษา, (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๖๕).
สาคร สุขศรีวงศ์. การจัดการ : จากมุมมองของนักบริหาร.กรุงเทพฯ : บริษัท จี.พี.ไซ เบอร พรินท จํากัด, ๒๕๕๓.
สิน พันธุ์พินิจ. เทคนิควิจัยการวัดและประเมินผลทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ ๓.กรุงเทพมหานคร : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย, ๒๕๕๖.
สุทธิษา เพ็ญศรี. “การมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต ๑”. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา.บัณฑิตศึกษา : มหาวิทยาลัยหาดใหญ่, ๒๕๖๓..
อุทุมพร สิงห์จันทร์. “ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษากับการทำงานเป็นทีมในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๒”. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา.คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม:มหาวิทยาลัย:มหาวิทยาลัยทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี,๒๕๖๑.
Micheal Fullan. Change Theory : A Force for School Improvement. The Development of
Transformational Leaders for the Educational Decentralization.Bangkok : Ministry
of Education, 2006.
Donald B. Yarbrough. The Program Evaluation Standards : A Guide for Evaluators and
Evaluation Users, 3rd ed. . Thousand Oaks, California : Corwin Press, 2011.
Cronbach, Lee J. Essentials of psychological testing, 4th ed..New York : Harper & Row, 1971.
Conger, A.J.. The Charismatic Leader : Behind the Mystique of Exceptional Leadership.
San Francisco, CA : Jessy-Bass, 1989.
Bass, B.M. & Avolio, B.J.. Improving Organization Effectiveness Through Transformational
Leadership.Thousand Oaks : Sage, 1994.
ราชบัณฑิตยสถาน. พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ ๒๕๕๒ แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ ๒๕๔๕
และ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ ๒๕๕๓. [ออนไลน], แหลงที่มา : http://www.sesa10.go.th [๔ กันยายน
๒๕๖๗].