การศึกษาคุณภาพชีวิตของบุคลากรทางการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (๑) เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตของบุคลากรทางการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา (๒) ศึกษาแนวทางการพัฒนากิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพของบุคลากรทางการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครังนี้ได้แก่ แบบสอบถามวัดคุณภาพชีวิต (Quality of Life) SF-36 และแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง(Semi-structure interview) เกี่ยวกับอาการออฟฟิศซินโดรมที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของบุคลากร
ผลการวิจัย พบว่าคุณภาพชีวิตของผู้ที่ได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ ด้านกายภาพ (Physical Component Scale : PCS ) มิติการรับรู้สุขภาพโดยรวม (GH) มีคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์มากที่สุด คือร้อยละ ๒๘.๕๗ รองลงมาคือ มิติความเจ็บปวดทางกาย (Bodily Pain : BP) ร้อยละ ๒๔.๕๐ ด้านจิตใจและอารมณ์ (Mental Component Scale : MCS ) มีคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์มากที่สุดคือ มิติการทำงานทางสังคม(SF) มีคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ ๓๓.๘๘ รองลงมาคือ มิติสุขภาพจิต (Mental Health : MH) มีคะแนนตำกว่าเกณฑ์ ร้อยละ ๑๕.๕๑ และพบว่าเพศชายและเพศหญิงมีคะแนนเฉลี่ยมิติ การทำงานทางสังคม (Social Functioning : SF) ต่ำกว่าเกณฑ์โดยเพศหญิงมีคะแนนในมิตินี้ ๔๕.๘๖ คะแนน เพศชายมีคะแนน ๔๖.๓๖ และเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว พบว่า เพศชายเห็นว่าสุขภาพของตนเองค่อนข้างแย่และกว่าปีที่แล้วถึงร้อยละ ๓๒.๕๘ เพศหญิงเห็นว่าสุขภาพของตนเองค่อนข้างแย่และกว่าปีที่แล้วถึงร้อยละ ๖๑.๒๔ ส่วนความรู้สึกเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน พบว่าเมื่ออยู่ในที่ทำงานบางครั้ง รู้สึกท้อแท้ เบื่อหน่าย กดดัน ไม่มีแรงจูงใจ ความรู้สึกหมดพลัง หมดแรง และปัญหาเหล่านี้ส่งผลต่อการทำงานและกิจวัตรประจำวันพบว่าเมื่ออยู่ในที่ทำงานบางครั้ง รู้สึกท้อแท้ เบื่อหน่าย กดดัน ไม่มีแรงจูงใจ ความรู้สึกหมดพลัง หมดแรง และปัญหาเหล่านี้ส่งผลต่อการทำงานและกิจวัตรประจำวัน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ดรุณวรรณ สุขสม. การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๖๑.
ประสิทธิ์ ปีปทุม. พิลาทิส ( MAT, ELASTIC BAND AND BALL WORKOUT). นครนายก : มหาวิทยาลัย
ศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตองครักษ์, ๒๕๖๕.
รัตนะ บัวสนธิ์. วิธีการเชิงผสมผสานสำหรับการวิจัยและการประเมิน. กรุงเทพมหานคร:จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย, ๒๕๕๕.
ลักษณา เหล่าเกียรติ. การบาดเจ็บ ความผิดปกติ และโรคจากการทำงาน : การป้องกัน. ปทุมธานี :
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๖๐.
Yamane,T.Statistics: an Introductory Analysis. 3
rd ed. New York: Harper International
Edition, 1973.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. สำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน พ.ศ.
๒๕๖๗ (ไตรมาส ๔). [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.nso.go.th[๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๘].
Prawit Phoonjaroen, Nitchakan Utaiwattana, Chirathip Thawisuk. “Ergonomic Risks and
Musculoskeletal Pain among Office Workers in a Healthcare Setting:
A Cross- Sectional Study”. Siriraj Medical Journal. Vol. 77 No.6 (2025). [Online].
Avaivable: http://he02.tci-thaijo.org/index.php/sirirajmedj/index [20 May 2026].
Okezue Obinna Chinedu, Anamezie Toochukwu Henry, John Jeneviv Nene, John Davidson
Okwudili. “Work-Related Musculoskeletal Disorders among Office Workers in
Higher Education Institutions: A Cross-Sectional Study”. Ethiop J Health
Science. Vol. 30 No.5 (2020). [Online]. Avaivable: http://dx.doi.org/10.4314/ejhs.
v30i5.10 [22 May 2026].