การพัฒนาหลักสูตรส่งเสริมการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์อย่างสร้างสรรค์โดยใช้บริบทเป็นฐานร่วมกับเทคนิคการระดมสมองแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและตรวจสอบคุณภาพของหลักสูตรส่งเสริมการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์อย่างสร้างสรรค์โดยใช้บริบทเป็นฐานร่วมกับเทคนิคการระดมสมองแบบย้อนกลับ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ 2) ศึกษาผลการใช้หลักสูตรส่งเสริมการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์อย่างสร้างสรรค์โดยใช้บริบทเป็นฐานร่วมกับเทคนิคการระดมสมองแบบย้อนกลับ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น แบบแผนที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้คือแบบกลุ่มเดียว ทดสอบหลังเรียน กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหลวงใต้ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 14 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มกลุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ หลักสูตร คู่มือการใช้หลักสูตร แบบทดสอบวัดการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ การทดสอบค่าทีแบบกลุ่มเดียว
ผลการวิจัยพบว่า
1) หลักสูตรส่งเสริมการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์อย่างสร้างสรรค์โดยใช้บริบทเป็นฐานร่วมกับเทคนิคการระดมสมองแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่สร้างโดยใช้กระบวนการพัฒนาหลักสูตรของทาบา มีองค์ประกอบ ได้แก่ 1) ความเป็นมาและความสำคัญของหลักสูตร 2) จุดมุ่งหมายของหลักสูตร 3) เนื้อหาสาระ ประกอบด้วย 4 หน่วย ได้แก่ หน่วยที่ 1 ไขปริศนาเงินกลางตลาด หน่วยที่ 2 วางแผนฉลาดเอาตัวรอดหน่วยที่ 3 พิชิตยอดสร้างกลยุทธ์ และหน่วยที่ 4 สัประยุทธ์ คณิตคิดไว 4) กิจกรรมการเรียนการสอน 5) สื่อและแหล่งเรียนรู้ และ 6) การวัดและประเมินผล ค่าเฉลี่ยความเหมาะสมของหลักสูตรและคู่มือการใช้หลักสูตรในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
2) นักเรียนที่เข้าร่วมหลักสูตรส่งเสริมการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์อย่างสร้างสรรค์โดยใช้บริบทเป็นฐานร่วมกับเทคนิคการระดมสมองแบบย้อนกลับ มีคะแนนเฉลี่ยการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์อย่างสร้างสรรค์หลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
แก้วใจ สีมาคาม, วันเพ็ญ นันทะศรี และ บุญมี ก่อบุญ.(2562).การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อสร้าง เสริมความคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 3. วารสารวิจัยและพัฒนา วไลยอลง กรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์.14(1):161-173.
ธำรง บัวศรี. (2531). ทฤษฎีหลักสูตร:การออกแบบและการพัฒนา. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
บพิธ กิจมี. (2551). การใช้การเรียนรู้แบบบริบทเป็นฐานในการจัดกิจกรรมชุมนุมคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 โรงเรียนบ้านเมืองคองจังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพมหานคร : สุวีริยาสาส์น.
ปกรณ์ ประจันบาน. (2552). สถิติขั้นสูงสำหรับการวิจัยและประเมิน (Advanced Statisticsfor Research and Evauation). พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.ปราณี รามคำแหง. (2563). บริบทท้องถิ่นในการจัดการเรียนรู้.
ศุภวิชญ์ แตงทองคำ และปริญญภาษ สีทอง. (2567). การพัฒนาหลักสูตรการแก้โจทย์ปัญหา คณิตศาสตร์โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยาร่วมกับเทคนิคเพื่อนคู่คิด 4 สหาย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง, 14(1), 18–19.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2566). ผลการประเมิน PISA 2022.
ภานุภณ วงษ์จูม และ สมทรง สิทธิ. (2567). การพัฒนาความสามารถการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หาร ระคน โดยการจัดการเรียนรู้แบบใช้บริบทเป็นฐานร่วมกับ เทคนิค KWDL สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย มหาสารคาม, 18(1), 72–87.
รุจิราพร รามศิริ และ มาเรียม นิลพันธุ์. (2558). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์โดย ใช้การวิจัยเป็นฐาน เพื่อเสริมสร้างทักษะการวิจัย ทักษะการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และ จิตวิทยาศาสตร์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย (Suedu Research Journal), 7(1),
วิชัย วงษ์ใหญ่. (2537). กระบวนการพัฒนาหลักสูตรและการสอน: ภาคปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร: อาร์ แอนด์ ปรินท์.
Davis, G. A. (2004). Creativity Is Forever (5th ed.). Dubuque, IA: Kendall Hunt Publishing.
Elmansy, R. (2016). Design thinking tools: Reverse brainstorming Humanitarian Informatics, (10), 12–19.
Gilbert, J. K. (2006). On the nature of “context” in chemical education. International Journal of Science Education, 28(9), 957–976.
Taba, H. (1962). Curriculum development: Theory and practice. Harcourt, Brace & World.
Torrance, E. P. (1974). Torrance Tests of Creative Thinking: Norms-technical manual. Scholastic Testing Service.