คัมภีร์ล้านนา: การสร้างกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
รายงานการวิจัยเรื่อง “คัมภีร์ล้านนา: การสร้างกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์” มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) ศึกษาความเป็นมาและแนวทางการอนุรักษ์คัมภีร์ล้านนา 2) สร้างกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับคัมภีร์ล้านนา และ 3) ส่งเสริมการเรียนรู้และการอนุรักษ์คัมภีร์ล้านนาในพื้นที่จังหวัดลำปาง การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) โดยใช้ข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบประเมิน IOC สำหรับผู้เชี่ยวชาญ แบบสัมภาษณ์พระสงฆ์ นักวิชาการท้องถิ่น และนักวิชาการจากสถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านคัมภีร์โบราณล้านนา จำนวน 30 รูป/คน และแบบประเมินกิจกรรมการเรียนรู้คัมภีร์ล้านนา เพื่อประเมินความน่าเชื่อถือของกิจกรรมจากพระสงฆ์และประชาชนในจังหวัดลำปาง จำนวน 100 รูป/คน ได้แก่ พระสงฆ์ 50 รูป และประชาชน 50 คน
จากผลการวิจัยพบว่า 1) คัมภีร์ล้านนาเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปะ และภูมิปัญญาท้องถิ่น การอนุรักษ์คัมภีร์ล้านนาจึงสะท้อนถึงความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดลำปาง องค์ความรู้และคุณค่าที่ปรากฏในคัมภีร์ล้านนาเป็นแนวทางสำคัญในการส่งเสริมการอนุรักษ์ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจ และแรงบันดาลใจแก่ผู้ศึกษาในการสืบสานภูมิปัญญาดังกล่าวอย่างยั่งยืน 2) กิจกรรมการเรียนรู้คัมภีร์ล้านนามีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมทักษะการใช้ภาษา พัฒนาการฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาล้านนา พร้อมทั้งประยุกต์เทคโนโลยีในการสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูล นอกจากนี้ยังมุ่งสร้างความเข้าใจในภาษา อักขระล้านนา และหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในคัมภีร์ เพื่ออนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมล้านนา และส่งเสริมการเผยแพร่ความรู้สู่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม และ 3) การส่งเสริมการเรียนรู้และการอนุรักษ์คัมภีร์ล้านนาในเขตพื้นที่จังหวัดลำปาง สามารถต่อยอดในการอบรมเชิงปฏิบัติการ การจัดนิทรรศการ การเผยแพร่ความรู้ผ่านสื่อต่างๆ และการสนับสนุนการศึกษาคัมภีร์ล้านนาอย่างมีระบบ ในสถาบันการศึกษา วัด ชุมชนต่างๆ ตามกระบวนการอย่างสมบูรณ์
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
Chanhom, L. (1995). Lanna local literature. (4th ed.). Chiang Mai: Trusawin.
Phrachayananthamuni. et al. (2017). A study on the exploration, systematization, and conservation of ancient manuscripts in temples
and the transmission of Lanna wisdom for the development of local learning resources in Nan Province. (Research report). Nan:
Mahachulalongkornrajavidyalaya University, Nakhon Nan Buddhist College.
Phrakru Santayaphirat (Santi Santikaro). et al. (2023). The Guidelines for the Conservation of Palm Leaf Manuscripts at Wat
Khongkharam, Photharam District, Ratchaburi Province. Journal of Institute of Trainer Monk Development, 6(1), 130–144.
Phramaha Prakasit Sirimetho (Thitipasittikorn). (2019). A Model for the Conservation of Ancient Manuscripts to Promote Cultural
Learning among Youths in Nakhon Pathom and Suphan Buri Provinces. (Research report). Nakhon Pathom:
Mahachulalongkornrajavidyalaya University, Phutthapanya Sridvaravati Buddhist College.
Phrapissanupol Suwunnarupo. et al. (2019). Learning and Cultural Refinement Processes in Ancient Lampang Manuscripts for
Educational Institutions in Lampang Province. (Research report). Lampang: Mahachulalongkornrajavidyalaya University,
Lampang Buddhist College.
Premjit, S. et al. (2005). Project on Transliteration of Lanna Scriptures: Transliteration and Analysis of Lanna Law. (Research report).
Chiang Mai: Mahamakut Buddhist University, Lanna Campus.
Thaweekul, W. (2018). “The Construction of Lampang’s History by Local Intellectuals.”Journal of Local Administration, Lampang
Rajabhat University, 11(1), 57-77.
The Committee of Wat Phra That Lampang Luang. (1970). The Legend of Phra That Lampang Luang, the Legend of the Emerald Buddha,
and the Legend of the Seven Lords. Lampang: Sinpradit Printing House.