การส่งเสริมความสามารถการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้กลวิธีการอ่านแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
คำสำคัญ:
กลวิธีการอ่านแบบร่วมมือ, ความสามารถการอ่าน, ภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจบทคัดย่อ
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ก่อนและหลังเรียนด้วยกลวิธีการอ่านแบบร่วมมือ 2) ศึกษาความคิดเห็น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อกลวิธีการอ่านแบบร่วมมือ กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 2 แผนการเรียนภาษาอังกฤษธุรกิจ จำนวน 32 คน ที่เรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ1 (อ31101) ในภาคเรียนที่ 1/2566 โดยได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสำรวจความต้องการหัวข้อบทอ่าน 2) แผนการจัดการเรียนรู้การสอนอ่านเพื่อความเข้าใจโดยใช้กลิธีการอ่านแบบร่วมมือ 3) แบบทดสอบวัดความสามารถการอ่านเพื่อความเข้าใจ 4) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อกลวิธีการอ่านแบบร่วมมือ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติทดสอบ t แบบไม่เป็นอิสระต่อกัน ผลการวิจัยพบว่า 1) ความสามารถการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนสูงกว่าเรียนด้วยกลวิธีการอ่านแบบร่วมมือ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีความคิดเห็นต่อกลวิธีการอ่านแบบร่วมมืออยู่ในระดับมาก
เอกสารอ้างอิง
Anderson, N. J. (1999). Exploring second language reading: Issues and strategies. Heinle & Heinle.
Baroody, A. J. (1993). Problem solving, reasoning, and communicating, K–8: Helping children think mathematically. Macmillan.
Day, R. R., & Bamford, J. (1998). Extensive reading in the second language classroom. Cambridge University Press.
Esky, D. E. (1986). Theoretical foundations. In F. Dubin, D. E. Esky, & W. Grabe (Eds.), Teaching second language reading for academic purposes (pp. 3–23). Addison-Wesley.
Klingner, J. K., & Vaughn, S. (1998). Collaborative strategic reading during social studies in heterogeneous fourth-grade classrooms. The Elementary School Journal, 99(1), 3–22.
Klingner, J. K., Vaughn, S., Arguelles, M. E., Hughes, M. T., & Ahwee, S. (2004). Collaborative strategic reading: “Real-world” lessons from classroom teachers. Remedial and Special Education, 25(5), 291–302. https://doi.org/10.1177/07419325040250050301
Oxford, R. L. (1990). Language learning strategies: What every teacher should know. Heinle & Heinle.
Ronzano, S. J. (2010). Effectiveness of metacognitive strategies for improving reading comprehension in secondary students [Doctoral dissertation]. University of California.
Xiao, Y. (2010). The effectiveness of implementing collaborative strategic reading (CSR) on reading comprehension performance of university EFL learners in Macau [Doctoral dissertation]. New York University.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์คุรุสภา.
มาเรียม นิลพันธุ์. (2556). การวิจัยทางการศึกษา. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วราภรณ์ พรมอินทร์. (2561). การพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้เทคนิคการอ่านแบบร่วมมือ (CSR) [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยบูรพา.
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน). (2563). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET). http://www.niets.or.th
สุพัตรา บุญรอด. (2564). ผลการใช้ชุดฝึกทักษะร่วมกับเทคนิค CIRC เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารวิจัยการศึกษาศิลปากร, 13(2), 273–288.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความทุกบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์ (Kasetsart Educational Review)