การศึกษาความสามารถในการสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ เรื่อง ปฏิสัมพันธ์ในระบบสุริยะ ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
คำสำคัญ:
ความสามารถในการสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์, ปฎิสัมพันธ์ในระบบสุริยะ, ปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์บทคัดย่อ
งานวิจัยเชิงสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสามารถในการสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ เรื่อง ปฏิสัมพันธ์ในระบบสุริยะ นักเรียนกลุ่มที่ศึกษา คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา จำนวน 82 คน ได้มาจากเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยที่ใช้ ได้แก่ แบบวัดความสามารถในการสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ แบบอัตนัยแบบจำกัดคำตอบ จำนวน 6 ข้อ ผลการศึกษาพบว่า 1) นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยความสามารถในการสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์เท่ากับ 21.13 คะแนน (SD = 6.51) โดยภาพรวมนักเรียนส่วนใหญ่มีความสามารถอยู่ในระดับดี (ร้อยละ 52.44) รองลงมาคือระดับดีมาก (ร้อยละ 24.39) และระดับควรปรับปรุง (ร้อยละ 23.17) 2) นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุดในองค์ประกอบข้อกล่าวอ้าง (M = 9.27, SD = 2.31) รองลงมาคือองค์ประกอบหลักฐาน (M = 8.09, SD = 2.76) และองค์ประกอบการให้เหตุผล (M = 3.80, SD = 2.51) ตามลำดับ 3) ระดับความสามารถในการสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์สัมพันธ์กับผลการเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนในระดับปานกลาง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (rs =.624 , p <.001) จากการวิเคราะห์ด้วยสหสัมพันธ์ของ สเปียร์แมน และ 4) นักเรียนที่มีความสามารถระดับดีถึงดีมาก ส่วนใหญ่มีประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการทดลอง (ร้อยละ 41.47) เมื่อพิจารณาจากคำตอบของนักเรียนรายข้อ พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่สามารถสร้างข้อกล่าวอ้างและระบุหลักฐานได้ในระดับดี แต่ยังขาดความสามารถในการเชื่อมโยงเหตุผลที่ถูกต้องและเหมาะสม
เอกสารอ้างอิง
กรกนก เลิศเดชาภัทร และ ปริณดา ลิมปานนท์ พรหมรัตน์. (2561). ผลของการสืบสอบแบบร่วมมือรวมพลังที่มีต่อความสามารถในการสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 46(2), 1–20.
คัทลียา สิงห์วี. (2561). แนวทางการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จรรยา ดาสา. (2560). การสืบเสาะวิทยาศาสตร์ในมาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ยุคใหม่ของประเทศสหรัฐ อเมริกา. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 8(2), 123-132.
จักรพงค์ ปินชัย. (2566).การพัฒนาการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เรื่องแก๊ส ด้วยการสืบเสาะหาความรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐานร่วมกับเทคนิคการเสริมต่อการเรียนรู้ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ฉลองวุฒิ จันทร์หอม. (2562). การพัฒนาบทปฏิบัติการเรื่องระบบย่อยอาหารของสิ่งมีชีวิตเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ชุลีณี พาหุรัตน์. (2565). การศึกษาความสามารถในการสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์เรื่องโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบบริบทเป็นฐานของนักเรียนชั้นระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, 17(3), 148–157.
ดาริกา พงษ์เผ่าพงษ์, จุฬารัตน์ ธรรมประทีป, และ ทวีศักดิ์ จินดานุรักษ์. (2565). การพัฒนาความสามารถในการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐาน เรื่องปรากฏการณ์และการเปลี่ยนแปลงของโลกของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดสำนักบก จังหวัดชลบุรี. วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์, 37(3), 72-88.
ทิวากร แก่นษา, กานต์ตะรัตน์ วุฒิเสลา, และ สุระ วุฒิพรหม. (2564).การสร้างและการใช้เกณฑ์ประเมินคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์สำหรับแนวคิดเรื่องการเคลื่อนที่และแรงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสารวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ศึกษา, 4(2), 244–254.
นวลจิตต์ เชาวกีรติพงศ์. (2562). การส่งเสริมความสามารถในการสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ของผู้เรียนด้วยการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 12(1), 40–54.
พิริยะ วรรณไทย. (2564). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
พิริยะ วรรณไทย และ ชนินันท์ พฤกษ์ประมูล. (2564). การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแบบวัดความสามารถในการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ระหว่างแบบอัตนัยจำกัดคำตอบและไม่จำกัดคำตอบสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารบัณฑิตวิจัย, 12(2), 103–118.
ภคพร สุวรรณหงษ์, ณวรา สีที, และ พินิจ ขำวงษ์. (2566). การสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเรื่องระบบหมุนเวียนเลือด. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 53(3), 1–18.
วรวิทย์ อุทไท. (2559). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับแผนผังมโนมติของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
วันเพ็ญ คำเทศ. (2567). การพัฒนาความสามารถในการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ของนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์, 18(3), 177–198.
วิชชุตา อ้วนศรีเมือง. (2565). การพัฒนาหลักสูตรรายวิชาฟิสิกส์สำหรับครูเพื่อส่งเสริมความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนที่เน้นการสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ของนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ศศิธร โคตะบิน และ พัดตาวัน นาใจแก้ว. (2567). สมรรถนะการอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์เรื่องทรงกลมฟ้าและปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐาน. วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้, 15(1), 114–132.
ศิรัญญา หิริโอ, ศศิเทพ ปิติพรเทพิน, ปราโมทย์ ชำนาญปืน, และ ภาธร พงศ์ไพจิตร. (2563, 27 มีนาคม). การพัฒนาความสามารถในการสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในหน่วยการเรียนรู้เรื่อง การหมุนเวียนสารในร่างกาย ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะผ่านอุปกรณ์ไร้สายเคลื่อนที่. [การนำเสนอบทความ]. การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแห่งชาติครั้งที่ 21,ขอนแก่น.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. สำนักพิมพ์พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
สุชาดา ศรีศกุน. (2565). การพัฒนาการสร้างคําอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4 ในบทเรียนเรื่องการเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ โดยการจัดการเรียนรู้ที่ใช้บริบทเป็นฐาน. วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้, 13(1), 29-41.
สุทธิดา แหวนหล่อ. (2565). การพัฒนาความสามารถในการสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รายวิชาชีววิทยาด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้กรณีทางชีวสังคมเป็นฐาน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
เสาวภาคย์ พรสุริวงศ์ และ อภิชาติ สังข์ทอง. (2563). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่องการเคลื่อนที่ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ศึกษา, 3(1), 30–40.
อิสระพงษ์ อุทุม, อดุลย์ ศิริเกตุ, และ ตะวัน ไชยวรรณ. (2566). การพัฒนาความสามารถการอธิบายทางวิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องดวงอาทิตย์กับชีวิต ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 3. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 17(3), 249–259.
Amelia, R., Rofiki, I., Tortop, H. S., & Abah, J. A. (2020). Pre-service teachers' scientific explanation with E-Scaffolding in blended learning. Journal Ilima Pendidikan Fisika Al-BiRuNi, 9(1), 33-40.
BSCS Center for Professional Development. (2008). How to write a scientific explanation. urban advantage. fromhttp://www.washingtonesds.org/cms/lib4/WA07001775.
Cahyono, A., Haryanto, S., & Sudarsono, F.X. (2016). Increasing motivation and science learning achievement through the implementation of outdoor cooperative learning model in class VIII SMP 2 Banguntapan academic year 2015/2016. Journal of Education and Practice, 7(26), 21-26.
Coleman, E. B., Brown, A. L., & Rivkin, I. D. (1997). The effect of instructional explanations on learning from scientific texts. Journal of the Learning Sciences, 6(4), 347–365.
Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing. Harper Collins Publishers.
Dobaria, A., Bailey, J. M., Klavon, T. G., & Lombardi, D. (2022). Students’ scientific evaluations of astronomical origins. Astronomy Education Journal, 2(1), 1–16.
Mercer, N., & Dawes, L. (2014). The study of talk between teachers and students, from the 1970s until the 2010s. Oxford Review of Education, 40(4), 430–445.
McNeill, K. L. & Krajcik, J. S. (2006). Supporting students construction of scientific explanation through generic versus context-specific written scaffolds. Paper presented at the annual meeting of the American Educational Research Association, San Francisco, April 2006.
McNeill, K. L., & Krajcik, J. (2008). Inquiry and scientific explanations: helping students use evidence and reasoning. National Science Teachers Association Press, -, 121-134.
McNeill, K.L. & Krajcik, J.(2007). Scientific explanations: characterizingand evaluating the effects of teachers’ instructional practices on student learning. Journal of Research in Science Teaching, 40(1), 53-78.
National Research Council (NRC). (1996). National science education standards. Washington DC: National Academic Press
National Research Council. (2012). A framework for k-12 science education: practices, crosscutting concepts, and core ideas. Washington, D.C.: The National Academy Press
Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD). (2023). PISA 2025 science framework. from https://pisa- framework.oecd.org.
Plummer, J. D., Kocareli, A., & Slagle, C. (2014). Learning to explain astronomy across moving frames of reference: exploring the role of classroom and planetarium-based instructional contexts. International Journal of Science Education, 36(7), 1083-1106.
Wannathai, P., & Pruekpramool, C. (2024). Investigating the ability in constructing scientific explanations of Thai grade 10 students: insights from learning achievement, attitude, and school size. Science Education International, 35(2), 143–153.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความทุกบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์ (Kasetsart Educational Review)