สมรรถนะด้านดิจิทัลที่มีผลต่อพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
คำสำคัญ:
บุคลากรสายสนับสนุนวิชาการ, พฤติกรรมเชิงนวัตกรรม, สมรรถนะด้านดิจิทัลบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับสมรรถนะด้านดิจิทัลและพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และ 2) ศึกษาสมรรถนะด้านดิจิทัลที่ส่งผลต่อพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กลุ่มตัวอย่างคือบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการ จำนวน 231 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า บุคลากรสายสนับสนุนวิชาการ
มีสมรรถนะด้านดิจิทัลและพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยสมรรถนะด้านดิจิทัล
มีค่าเฉลี่ย 4.46 และพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมมีค่าเฉลี่ย 4.37 เมื่อพิจารณาองค์ประกอบของสมรรถนะด้านดิจิทัล พบว่า ด้านทักษะการใช้สื่อและดิจิทัลอยู่ในระดับมากที่สุด (M=4.53, SD=0.35) และด้านการเข้าใจดิจิทัลอยู่ในระดับมาก (M=4.47, SD=0.33) สำหรับพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม พบว่า ด้านการแสวงหาโอกาสอยู่ในระดับมาก (M=4.42, SD=0.34) และด้านความคิดริเริ่มอยู่ในระดับมาก (M=4.42, SD=0.37) นอกจากนี้ พบว่าสมรรถนะด้านดิจิทัลทั้ง 4 ด้านสามารถอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของบุคลากรได้ร้อยละ 56.30 (Adjusted R² = .563) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยปัจจัยที่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ สมรรถนะด้านการแก้ปัญหาด้วยเครื่องมือดิจิทัลมีอิทธิพลสูงสุด (β=0.543, p=0.000) รองลงมาคือ ด้านการเข้าใจดิจิทัล (β=0.212, p=0.000) งานวิจัยนี้มีส่วนช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างความสามารถด้านดิจิทัลและนวัตกรรมในบริบทการบริหารการศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยสะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนาสมรรถนะด้านดิจิทัลของบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการไม่เพียงส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในระดับบุคคล แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพเชิงนวัตกรรมขององค์กร อันจะนำไปสู่การยกระดับความสามารถของมหาวิทยาลัยในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงและตอบสนองต่อทิศทางการพัฒนาประเทศในยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. (2567). นโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2567. สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม.
กิติยา เตรียมลิขิตกุล, พัชรพล ปิยะวงศ์วัฒนา, เพ็ญพิชชา อ่องคำ, บุญสวัสดิ์ จิรสัยน์, และ จุรีวรรณ จันพลา. (2566). อิทธิพลของสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ส่งผลต่อพฤติกรรมเชิงสร้างสรรค์นวัตกรรมของพนักงานบริษัทผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแห่งหนึ่งในเขตกรุงเทพมหานคร โดยมีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์เป็นตัวแปรส่งผ่าน. วารสารวิชาการสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค, 9(1), 463-478.
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. (2568). ข้อมูลมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. https://ssru.ac.th/index.php
วัลลภ สันติประชา. (2561). การบริหารงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย ทักษิณ.
สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2563). กรอบสมรรถนะด้านดิจิทัลสำหรับพลเมืองไทย. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
อัมมาภรณ์ มัจฉาชาญ. (2564). อิทธิพลของปัจจัยระดับองค์การและทักษะที่เสริมสร้างพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมที่มีต่อพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของพนักงาน: กรณีศึกษา บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในอุตสาหกรรมพอลิเมอร์ประเทศไทย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์].
Best, J. W., & Kahn, J. V. (1993). Research in education (7th ed.). Allyn and Bacon.
Calvani, A., Fini, A., & Ranieri, M. (2009). Digital competence in primary education: A bumpy road to videogame-based learning. Journal of e-Learning and Knowledge Society, 5(3), 89-98.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334.
Janssen, O. (2010). The joint impact of environmental uncertainty and workload on the demand for innovativeness and its effects on employee creativity and innovation. Journal of Occupational and Organizational Psychology, 83(4), 849-869.
Kleysen, R. F., & Street, C. T. (2001). Toward a multi-dimensional measure of individual innovative behavior. Journal of Intellectual Capital, 2(3), 284–296. https://doi.org/10.1108/EUM0000000005660
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308
Redecker, C. (2017). European framework for the digital competence of educators: DigCompEdu. Publications Office of the European Union.
Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Dutch Journal of Educational Research, 2, 49–60.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความทุกบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์ (Kasetsart Educational Review)