การพัฒนาศักยภาพและทิศทางการจัดการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืนบนฐานอัตลักษณ์ท้องถิ่น เทศบาลตำบลบ้านเพชรภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ
คำสำคัญ:
การจัดการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน, การพัฒนาศักยภาพชุมชน, อัตลักษณ์ชุมชน, ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาวิเคราะห์ศักยภาพของชุมชนเกี่ยวกับการจัดการท่องเที่ยวโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน 2) สังเคราะห์ทิศทางการจัดการท่องเที่ยวชุมชน โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน และ 3) สร้างข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับแนวทางการจัดการท่องเที่ยวชุมชนโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน เทศบาลตำบลบ้านเพชรภูเขียว ใช้การศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ 1) การวิเคราะห์ศักยภาพของชุมชนทั้งปัจจัยภายในและภายนอก โดยเลือกแบบเจาะจง ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้นำชุมชน สมาชิกสภาเทศบาลตำบล และตัวแทนภาคประชาชน รวม 32 คน 2) สนทนากลุ่มย่อย ผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อกำหนดทิศทางการจัดการท่องเที่ยวชุมชนใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้แก่ ผู้บริหารและบุคลากรของเทศบาลตำบลบ้านเพชรภูเขียว ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำชุมชน ตัวแทนภาคประชาชน ผู้ประกอบการในพื้นที่ จำนวน 12 คน และ 3) สัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ เพื่อสร้างข้อเสนอเชิงนโยบาย เจาะจงเลือกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ตัวแทนภาคประชาชน ผู้ประกอบการ และผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 10 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ด้านการวิเคราะห์ศักยภาพชุมชนพบว่า ชุมชนมีศักยภาพด้านทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นซึ่งเป็นจุดแข็งสามารถพัฒนาต่อยอดเศรษฐกิจฐานรากได้ดี ประชาชนมีรายได้มั่นคง มีการรวมกลุ่มอาชีพและเครือข่าย ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2) ด้านทิศทางการจัดการท่องเที่ยวควรมีรูปแบบการท่องเที่ยวโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน การมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกขั้นตอน การเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานราก ความยั่งยืนของทรัพยากร และความร่วมมือเชิงนโยบาย สร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน 3) ข้อเสนอเชิงนโยบาย ควรจัดการท่องเที่ยวชุมชนที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาคนในชุมชนและองค์กรชุมชน การเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานราก ความยั่งยืนของทรัพยากร และความร่วมมือเชิงภาคีเครือข่าย
เอกสารอ้างอิง
กมลชนก จันทร์เกตุ. (2560). การจัดการการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน กรณีศึกษา : ชุมชนเกาะยอจังหวัดสงขลา [สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
กรมการท่องเที่ยว. (2565). แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570). กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2560). รายงานประจำปี พ.ศ. 2560. https://www.mots.go.th /download/AnnualReport2560resize.pdf
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2561). การท่องเที่ยวหรืออุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด. https://tatreviewmagazine.com/article/community-based-tourism/
เจตนา พัฒนจันทร์. (2562). การประเมินศักยภาพของชุมชนในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และวัฒนธรรม กรณีศึกษา ชุมชนบ้านท่าล้ง จังหวัดอุบลราชธานีและชุมชนบ้านท่าวัด จังหวัดสกลนคร [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศิลปากร
ประมุข ศรีชัยวงษ์. (2562). การศึกษาผลกระทบจากนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ล่องแพแลคิ้งบุ่งสิบสี่ อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ (รายงานการวิจัย). มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ.
ภาสกร จวนสาง. (2563). การประเมินศักยภาพของชุมชนในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และวัฒนธรรม กรณีศึกษา ชุมชนบ้านท่าล้ง จังหวัดอุบลราชธานีและชุมชนบ้านท่าวัด จังหวัด สกลนคร [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วัชโรบล โกศลวิทยานันต์, อาภาพรรณ จันทนาม, และมัลลิกา เจแคน. (2567). แนวทางการพัฒนาความต้องการต่อรูปแบบเนื้อหาของสื่อสังคมออนไลน์ของนักท่องเที่ยวในจังหวัดขอนแก่น. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 14(4). 333-342
สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว. (2565). การวางแผนและกลยุทธ์ในการพัฒนาการท่องเที่ยว. https://www.tourism.go.th/
Arnstein, S. R. (1969). A ladder of citizen participation. Journal of the American Institute of Planners, 35(4), 216-224.
Hall, C. M., and Lew, A. A. (1998). Sustainable tourism: A geographical perspective. Addison Wesley Longman.
Murphy, P. E. (1985). Tourism: A community approach. Methuen.
Pretty, J. N. (1995). Participatory learning for sustainable agriculture. World Development, 23(8), 1247-1263.
Tosun, C. (2006). Community participation in tourism development: A critical review. Tourism Management, 27(3), 493-504.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.