การศึกษาความต้องการสำหรับการสอนศิลปะแก่เด็กในชุมชนบ้านมะเกลือ ๓ จังหวัดนครปฐม
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งมีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาความต้องการสำหรับการสอนศิลปะแก่เด็กในชุมชนบ้าน มะเกลือ ๓ จังหวัดนครปฐม กลุ่มเป้าหมาย เป็น นักเรียนชุมชนบ้านมะเกลือ ๓ จังหวัดนครปฐม จำนวน ๓๐ คน เป็นเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง เป็นเด็กผู้ชายร้อยละ ๖๐ เด็กผู้หญิงร้อยละ ๔๐ และ แบ่งเป็นเด็กอายุ ๑๐ ปีร้อยละ ๓๖ เด็กอายุ ๑๑ ปีร้อยละ ๔๕ เด็กอายุ ๑๒ ปีร้อยละ ๑๙ เครื่องมือในการวิจัย เป็นแบบสอบถามความต้องการสำหรับการสอนศิลปะแก่เด็ก แบ่งออกเป็น ๓ ตอน ดังนี้ (๑) ข้อมูลพื้นฐาน ประกอบด้วย เพศ อายุ (๒) ความต้องการในการสอนศิลปะในชุมชนบ้าน มะเกลือ ๓ จังหวัดนครปฐม (๓) แบบทดสอบด้านอารมณ์ความรู้สึก
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลมีดังนี้ การศึกษาข้อมูลพื้นฐานทำให้ทราบว่า เด็กในชุมชน มีเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง โดยแบ่งเป็น เด็กผู้ชายร้อยละ ๖๐ เด็กผู้หญิงร้อยละ ๔๐ และแบ่งเป็นเด็กอายุ ๑๐ ขวบร้อยละ ๓๖ เด็กอายุ ๑๑ ขวบร้อยละ ๔๕ เด็กอายุ ๑๒ ขวบร้อยละ ๑๙ เด็กมีความต้องการเรียนศิลปะร้อยละ ๖๖ โดยแบ่งเป็นต้องการเรียนวาดรูปโดยใช้สีไม้ ร้อยละ ๘๙ ใช้สีน้ำ ร้อยละ ๕ ใช้สีเทียน ร้อยละ ๑ และ การทำสิ่งประดิษฐ์ ร้อยละ ๕ เด็กมีความต้องการเรียนศิลปะกับวิทยากรจากภายนอกคิดเป็นร้อยละ ๗๔ ไม่ต้องการเรียนกับวิทยากรภายนอกคิดเป็นร้อยละ ๒๖ เด็กมีความต้องการให้มีกิจกรรมเสริมความรู้ด้านศิลปะนอกเหนือจากที่เรียนคิดเป็นร้อยละ ๗๘ เด็กไม่ต้องการให้มีกิจกรรมเสริมความรู้ด้านศิลปะคิดเป็นร้อยละ ๒๒ เด็กมีความต้องการใช้เวลาว่างในการฝึกฝนทักษะด้านศิลปะคิดเป็นร้อยละ ๘๓ เด็กไม่ต้องการใช้เวลาว่างในการฝึกฝนทักษะด้านศิลปะคิดเป็นร้อยละ ๑๗ เด็กต้องการเรียนศิลปะในบรรยากาศภายนอกห้องเรียนคิดเป็นร้อยละ ๘๑ เด็กไม่ต้องการเรียนศิลปะในบรรยากาศภายนอกห้องเรียนคิดเป็นร้อยละ ๑๙ และผลทดสอบจากการใช้เส้นพบว่า เด็กชอบเส้นตรงในแนวนอนร้อยละ ๔๘ เด็กชอบเส้นโค้งร้อยละ ๒๒ เด็กชอบเส้นฟันปลาร้อยละ ๑๒ เด็กชอบเส้นตรงในแนวตั้งร้อยละ ๑๑ เด็กชอบเส้นตรงในแนวเฉียงร้อยละ ๗ ผลทดสอบจากการใช้สีพบว่า เด็กชอบสีเขียวคิดเป็นร้อยละ ๔๑ เด็กชอบสีส้มคิดเป็นร้อยละ ๒๒ เด็กชอบสีม่วงคิดเป็นร้อยละ ๑๓ เด็กชอบสีน้ำเงินคิดเป็นร้อยละ ๙ เด็กชอบสีเหลืองคิดเป็นร้อยละ ๘ เด็กชอบสีแดงคิดเป็นร้อยละ ๗
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กาญจนา แก้วเทพ. การพัฒนาแนววัฒนธรรมชุมชน. กรุงเทพมหานคร : สภาคาทอลิกแห่งประเทศไทยเพื่อการพัฒนา, ๒๕๓๘.
กุศล สุจรรยา. ศิลปะปฏิบัติชั้นประถม. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ก้าวหน้า, ๒๕๐๒.
จีรพรรณ กาญจนะจิตรา. การพัฒนาชุมชน. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ๒๕๓๐.
ประดิษฐ์ มัฌชิมา. สังคมวิทยาชนบท. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๒๒.
ประเวศ วะสี. ภูมิปัญญาชาวบ้านกับการพัฒนาชนบท. กรุงเทพมหานคร : อัมรินทร์ พริ้นติ้งกรุ๊ฟ, ๒๕๓๖.
พระราชปริยัติกวี, ศ.ดร. สันติวิธีในวิถีชีวิต. พระนครศรีอยุธยา : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๓.
วรพรรณี สมใจ. “การศึกษาพัฒนาการทางศิลปะของนักเรียนประถมศึกษาในโรงเรียนสังกัดงานการประถมศึกษา จังหวัดปราจีนบุรี”. ปริญญานิพนธ์. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน, ๒๕๒๙.
วิรัตน์ พิชญไพบูลย์. ศิลปะนิยม. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช, ๒๕๑๙.
วิรุณ ตั้งเจริญ. เอกสารการสอนชุดวิชา ๒๑๒๐๑ พฤติกรรมวัยเด็ก. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช, ๒๕๒๖.
ศึกษาธิการ กระทรวง สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ศิลปะเด็ก. ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ สรุปการจัดชุมนุมเชิงปฏิบัติการศิลปะเด็ก. สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, ๒๕๒๙.
สดใส ชะนะกุล. “ผลการจัดกิจกรรมวาดภาพนอกชั้นเรียนที่มีต่อความคิดสร้างสรรค์และการรับรู้การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเด็กปฐมวัย”. ปริญญานิพนธ์. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ๒๕๓๘.
สมเกียรติ ตั้งนโม. ทฤษฎีสี : A complete guide for Artists by Ralph Fabri. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, ๒๕๓๖.
สมเกียรติ ตั้งนโม. ทฤษฎีสี. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://basic-animation.com/moodle [๒๕ มีนาคม ๒๕๖๓].
สมจิตต์ สุวรรณวงศ์ และปานใจ จารุวณิช. จริยศิลป์: ศิลปะเพื่อการเรียนรู้ภายใน. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www.arsomsilp.ac.th/wp-content/uploads/2019/08/preview.pdf [๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๓].
สุธิดา บุณยาดิศัย. “ภูมิปัญญาการทำนาในทะเลสาบของชุมชนบ้านปากประ ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง”. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๘.
อัชชา แสงอัสนีย์. “การศึกษาขั้นพัฒนาการทางศิลปะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนต้น ที่เรียนศิลปะตามแนวเก่าและแนวใหม่”. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๑๔.