ความพร้อมในการพัฒนาเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของบุคลากร ในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาเรื่อง “ความพร้อมในการพัฒนาเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของบุคลากรในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย” มีวัตถุประสงค์เพื่อ (๑) เพื่อศึกษาความพร้อมในการพัฒนาเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของบุคลากรในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (๒) เพื่อเปรียบเทียบความพร้อมในการพัฒนาเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของบุคลากรในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณเป็นหลักโดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามและใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การวิเคราะห์เอกสารเพื่อสนับสนุนข้อมูลที่ได้จากการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง คือบุคลากรของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่สังกัดส่วนกลาง วิทยาเขตและวิทยาลัยสงฆ์ ประกอบด้วยบุคลากรสายวิชาการวิชาการและบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการจำนวน ๓๐๐ รูป/คน ผลการศึกษา พบว่า ความพร้อมในการพัฒนาเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของบุคลากรในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๓.๘๙ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบของบุคลากรมีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๓.๙๒ รองลงมา คือด้านการตระหนักรู้ถึงวิสัยทัศน์ของหน่วยงาน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๓.๙๐ ส่วนด้านการวางตำแหน่งบริหารจัดการของหน่วยงาน มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๓.๘๙ และในส่วนของการเปรียบเทียบความพร้อมในการพัฒนาเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของบุคลากรในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยจะเห็นความแตกต่างระหว่างความคิดเห็นของบุคลากรกับความพร้อมในการพัฒนาเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ โดยการทดสอบสมมติฐานการใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) พบว่า ในด้านสถานภาพต่างกัน มีความคิดเห็นต่อความพร้อมในการพัฒนาเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของบุคลากรในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .๐๔๐ หน่วยงานที่สังกัดต่างกัน มีความคิดเห็นต่อความพร้อมในการพัฒนาเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของบุคลากรในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .๐๒๓ สายปฏิบัติงานต่างกันมีความคิดเห็นต่อความพร้อมในการพัฒนาเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของบุคลากรในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ .๐๐๑
Article Details
เอกสารอ้างอิง
นาวาอากาศโทหญิงขนิษฐา ชำนาญค้า. "การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของกรมยุทธศึกษาทหาร อากาศตามความคิดเห็นของกำลังพลสังกัดกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ". บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, ๒๕๕๓.
อุรารัตน์ ทองสัมฤทธิ์. การรับรู้แนวคิดการจัดการความรู้ของบุคลากรสังกัดเทศบาลตำบลในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี. สำนักวิชาการจัดการ : มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, ๒๕๕๔
เสาวภาคณ์ เชาวนะสิริยธรรม. "การพัฒนาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ของวิทยาลัยชุมชนเมืองแห่งกรุงเทพมหานคร". วารสารการจัดการสมัยใหม่. ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๒ (กรกฎาคม – ธันวาคม ๒๕๖๐) : ๕๘
อภิญญา ฉัตรช่อฟ้า และบุญทัน ดอกไธสง. “องค์การแห่งการเรียนรู้”. วารสาร มจร มนุษยศาสตร์ปริทรรศน์. ปีที่ ๕ ฉบับที่ ๑ (มกราคม-มิถุนายน ๒๕๖๒) : ๑๕๗
อำนาจ ศรีพูนสุข. องค์กรแห่งการเรียนรู้และการจัดการความรู้. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๕๑.
Hoy, Wayne K. and Cecil G, Miskel. Educational Administration: Theory, Research and Practice. 6th d. Mc Graw – Hill International Edition, 2001.
Marquardt, Michael J. Building the Learning Organization: Mastering the 5 Elements for Corporate Learning. 2nd edition. Palo Alto, CA: Davies-Black, 2002.
Senge, P.M. The Fifth Discipline: The Art and Practice of the Learning Organization. New York : Doubleday Currency, 1990.