ศรัทธาและปัญญา: ผู้แสวงบุญสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล ประเทศอินเดีย – เนปาล
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความทางวิชาการนี้ เป็นการศึกษา ศรัทธาและปัญญา ของผู้แสวงบุญสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล ณ ประเทศอินเดียและเนปาล มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาระดับศรัทธาและปัญญาของผู้แสวงบุญสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล และการจาริกแสวงบุญสังเวชนียสถาน ๔ ตำบลอย่างถูกต้อง นั่นคือการจาริกซึ่งประกอบไปด้วยศรัทธาและปัญญาที่ถึงพร้อมต้องกัน การจาริกแสวงบุญ ณ สังเวชนียสถาน ๔ ตำบลของชาวพุทธไทย มีความเชื่อและความศรัทธาในพระพุทธเจ้า เป็นแรงจูงใจให้ต้องการเดินทางไปยังสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล เพื่อแสดงความเคารพ และถวายสักการบูชา ณ สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน อันเป็นสังเวชนียสถานสำคัญ ตามพุทธวจนะ เพื่อพุทธานุสติ ธรรมานุสติ และสังฆานุสติ
ศรัทธาและปัญญามีบทบาทสำคัญในการสอนศาสนาพุทธ ทำให้พระพุทธศาสนาโดดเด่นจากศาสนาอื่นเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ศรัทธาที่ดียังนำไปสู่ปัญญาและย่อมจะเป็นรากฐานที่ดี ศรัทธาที่ดีพัฒนาจากความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง บุคคลผู้ที่มีความเชื่ออย่างถูกต้องจะนำไปสู่การมีปัญญามากขึ้น ในทำนองเดียวกัน ศรัทธานั้นอาศัยสองปัจจัยหลักคือความรู้และความเชื่อ เมื่อเรารับรู้ความรู้ใดๆ ไม่ว่าถูกหรือผิด และเราเชื่อในบางคนหรือบางสิ่งโดยอาศัยความรู้ดังกล่าว อาจเป็นได้ทั้งความเชื่อที่ถูกหรือความเชื่อที่ผิด เมื่อศรัทธาเป็นลบ เรามักจะเรียกสิ่งนี้ว่า “ความงมงาย”
เพราะฉะนั้น ศรัทธาและปัญญาอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการรับอานิสงส์ที่ได้จากการจาริกแสวงบุญ ณ สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล ได้แก่ คุณค่าต่อบุคคล คือ ความไม่ประมาท คุณค่าทางสังคม คือ เพิ่มศักยภาพของชาวพุทธไทย ในการสืบทอดพระสัทธรรม เพื่อทะนุบำรุงให้พระศาสนามั่นคงสืบไป การจาริกบุญ ถือว่าเป็นการกระทำความดีผลบุญเกิดขึ้นครบทั้ง ๓ ด้าน คือ ทางกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม อันประกอบด้วยกุศลเจตนาคือ ทานมัย บุญเกิดจากการให้ทาน ศีลมัย บุญเกิดจากการถือศีล และภาวนามัย บุญเกิดจากการเจริญภาวนา ทำให้มองเห็นเหตุผลที่ถูกต้องด้วยตนเอง ซึ่งเรียกคร่าว ๆ ว่า “สัมมาทิฐิ” เมื่อความเห็นความเข้าใจนี้เพิ่มพูนและแจ่มแจ้งชัดเจนขึ้นตามลำดับด้วยการลงมือปฏิบัติหรือพิสูจน์ด้วยประสบการณ์จนกลายเป็นความรู้ การเห็นประจักษ์ ก็นับว่าปัญญาได้เจริญมาถึงขั้นที่เรียกว่า “สัมมาญาณะ” ซึ่งเป็นขั้นที่พ้นจากความเชื่อ (ศรัทธา) และพ้นจากความเข้าใจด้วยเหตุผล (ทิฏฐิ) ใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นขั้นสุดททางและเข้าถึงจุดหมาย คือความหลุดพ้นเป็นอิสระ เรียกว่า “สัมมาวิมุตติ” ซึ่งเป็นอานิสงส์นำสุคติโลกสวรรค์และเข้าสู่นิพพานได้ ในโลกนี้และโลกหน้า
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ชญาน์นันท์ อัศวธรรมานนท์. “วิเคราะห์คุณค่าเชิงพุทธจริยศาสตร์ในการจาริกแสวงบุญ จตุสังเวชนียสถานของชาวพุทธไทย”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๖.
นิดา เหล่าฤกษ์อุทัย. แรงจูงใจของชาวพุทธไทย ต่อการจาริกแสวงบุญ ณ สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๘.
ประเวศ วะสี. ๙๔ ชีวิตท่องพุทธภูมิ. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ์หมอชาวบ้าน, ๒๕๕๘.
พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ฉบับประชาชน. พิมพ์ครั้งที่ ๑๑. มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๖.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). พจนานุกรมพุทธศาสน์ฉบับประมวลศัพท์ พิมพ์ครั้งที่ ๒๓. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิธรรมทานกุศลจิต, ๒๕๕๘.
พระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ วีรยุทฺโธ). ร้อยวาทะธรรมะปิดทอง. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพมหานคร: OM LASER PRINTING, ๒๕๕๐.
พระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ วีรยุทฺโธ). ไปอินเดียพลิกกองอิฐสะกิดปัญญา. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๕๒.
พระศรีวิสุทธิโมลี พุทธธรรม. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, ๒๕๑๔.
พุทธทาสภิกขุ. ภาษาคน ภาษาธรรม. รวบรวมบทความทางศาสนา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. (๒๕๑๖): ๓๕-๔๖.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. เล่มที่ ๔ เล่มที่ ๑๐. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙.
ราชบัณฑิตยสถาน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพมหานคร: ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๕๖.
เสฐียรพงษ์ วรรณปก. บรรยายพระไตรปิฎก พิมพ์ครั้งที่ ๔. กรุงเทพมหานคร: ธรรมสภาและสถาบันบันลือธรรม, ๒๕๕๐.
Arvind Sharma. A Pholosophy of Relugion. Delhi: Oxford University Press, 1993.
Arvind Sharma. The Philosophy of Religion: A Buddhist Perspective. Delhi: Oxford University Press, 1995.
Comstock Gary. The Truth of Religious Narratives. Philosophy of Religion 34. (1993), 167.
D.Z. Philips. Religion and the Academy. International Journal for Philosophy of Religion 44. (1998), 131.
Ninian Smart. Reasons and Faiths. London: Routledge & Kegan Paul, 1971.
William J. Broad. The Oracle: Ancient Delphi and the Science Behind its Lost Secrets. London: Penguin Ltd, 2006.