ผลการจัดประสบการณ์แบบโครงการผสานแหล่งเรียนรู้จังหวัดอ่างทองที่มีต่อความรู้สึกเป็นเจ้าของสำหรับเด็กปฐมวัย

Main Article Content

ภาพิมล วัฒนวิเชียร
ชลาธิป สมาหิโต

บทคัดย่อ

          การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการจัดประสบการณ์แบบโครงการผสานแหล่งเรียนรู้จังหวัดอ่างทองที่มีต่อการความรู้สึกเป็นเจ้าของสำหรับเด็กปฐมวัย กลุ่มประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ เด็กปฐมวัยชาย - หญิง อายุระหว่าง ๕-๖ ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ของโรงเรียนวัดมะขาม (วิบูลย์อุปถัมภ์) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง จำนวน ๑๒ คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย แผนการจัดประสบการณ์โครงการ ๓ โครงการซึ่งประกอบด้วย ๓๐ แผน และแบบประเมินความรู้ ความเข้าใจในความเป็นเจ้าของสำหรับเด็กปฐมวัยและแบบบันทึกพฤติกรรมความรู้สึกเป็นเจ้าของสำหรับเด็กปฐมวัย  วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)


          ผลการวิจัย พบว่า เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์แบบโครงการผสานแหล่งเรียนรู้จังหวัดอ่างทองที่มีต่อความรู้สึกเป็นเจ้าของสำหรับเด็กปฐมวัย มีคะแนนเฉลี่ยความรู้และความเข้าใจความเป็นเจ้าของหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง เด็กมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีของชุมชน เมื่อไปทัศนศึกษาเด็กแสดงความเคารพต่อสถานที่สาธารณะ และแสดงพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ดูแลสถานที่สำคัญในจังหวัดอ่างทอง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
วัฒนวิเชียร ภ., และ สมาหิโต ช. “ผลการจัดประสบการณ์แบบโครงการผสานแหล่งเรียนรู้จังหวัดอ่างทองที่มีต่อความรู้สึกเป็นเจ้าของสำหรับเด็กปฐมวัย”. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, ปี 10, ฉบับที่ 1, เมษายน 2023, น. 249-61, https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JMA/article/view/260043.
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

โฉมศรี อินสว่าง. “การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นเรื่องเมืองสุพรรณในอดีต กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรม”. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัญฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, ๒๕๕๓.

ชลาธิป สมาหิโต. “การจัดประสบการณ์การเรียนรู้โครงการเป็นฐานในระดับปฐมวัย”. พิมพ์ครั้งที่ ๑. กรุงเทพมหานคร: บริษัทไซเบอร์พริ้นท์กรุ๊ปจำกัด, ๒๕๖๓.

ชุติมา ศิริวงศ์. “การจัดการเรียนรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์”. วิทยานิพนธ์ ปริญญาครุศาสตร์มหาบัญฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา, ๒๕๕๑.

น้ำผึ้ง เลาหบุตร. “การพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์และทักษะทางสังคมโดยการจัดประสบการณ์เรียนรู้แบบโครงการสำหรับเด็กปฐมวัย”. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัญฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศิลปกร, ๒๕๖๐.

วัฒนา มัคคสมัน. “การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามหลักการสอนแบบโครงการเพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าในตนเองของเด็กปฐมวัย”. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัญฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๓๙.

ศิริมงคล ทนทอง. “การพัฒนาหลักสูตรภูมิปัญญาท้องถิ่นสุรินทร์สำหรับเด็กปฐมวัย”. ปริญญานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ๒๕๕๓.

อรุณี หรดาล.“ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย”. สักทอง. ปีที่ ๒๕ ฉบับที่ ๒ (เมษายน – มิถุนายน ๒๕๖๒) : ๑- ๑๑.

Australian Government Department of Education and Training. BELONGING, BEING & BECOMIG. Australia, 2009.

Lövey, Nadkarni and Erdélyi. The Joyful Organization. New Delhi: Response Books, 2005.

Ministry of Education New Zealand. Te Whariki. He Whariki Matauranga monga Mokopuna o Aotearoa Early childhood curriculum. Wellington: NewZealand, 2017.

National Council for Curriculum and Assessment Ireland, Aistear. The early childhood curriculum framework. Dublin: NCCA., 2009.