การออกแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเชิงรุกเพื่อเสริมสร้างทักษะ ของนักศึกษาครูในคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษารูปแบบกิจกรรม Active Learning ที่เหมาะสมต่อการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ภาษาอังกฤษในบริบทของคณะศึกษาศาสตร์ (2) วิเคราะห์ผลของการใช้กิจกรรม Active Learning ที่ส่งผลต่อทักษะภาษาอังกฤษของนักศึกษาครู และ (3) สังเคราะห์แนวทางการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเชิงรุกที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในบริบทอุดมศึกษา การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการศึกษาเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึกกับอาจารย์ผู้สอนและนักศึกษาสาขาการสอนภาษาอังกฤษ รวมถึงการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียน กลุ่มประชากรคือ นักศึกษาระดับปริญญาตรีในคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่งในประเทศไทย การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงพรรณนา ร่วมกับการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1. กิจกรรม Active Learning ที่เหมาะสมในบริบทการสอนภาษาอังกฤษคือกิจกรรมกลุ่มย่อย การอภิปราย การเรียนรู้ผ่านโครงงาน และการใช้เทคโนโลยีร่วมด้วย เช่น ระบบฝึกพูดออนไลน์และ AI ด้านภาษา 1. การใช้กิจกรรม Active Learning ช่วยพัฒนาทักษะด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเขียนเชิงวิชาการและการพูดในที่สาธารณะอย่างมั่นใจ แนวทางการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบ Active Learning ควรมีการฝึกอบรมครูผู้สอนด้านการออกแบบกิจกรรม ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และการประเมินผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. กรอบสมรรถนะครูไทย. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๖๒.
ทิศนา แขมมณี. ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่ ๒๐. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, ๒๕๖๖.
วัฒนา มหัทธโนบล. “การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญกับการพัฒนาทักษะการคิด.” วารสารศึกษาศาสตร์. ปีที่ ๔๒ ฉบับที่ ๑ (๒๕๖๑): ๑-๒๐.
ศิริวรรณ วณิชวัฒนวรชัย. วิธีสอนทั่วไป. นครปฐม: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๙.
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา. กรอบสมรรถนะครูและแนวทางการพัฒนาครูในศตวรรษที่ ๒๑. กรุงเทพมหานคร: คุรุสภา, ๒๕๖๒.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. ทิศทางการพัฒนาครูในศตวรรษที่ ๒๑. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค, ๒๕๖๐.
สุวิมล ว่องวาณิช. การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้: แนวคิดและการประยุกต์ใช้. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, ๒๕๖๐.
Bender, W. N. Project-Based Learning: Differentiating Instruction for the 21st Century. Thousand Oaks, CA: Corwin Press, 2012.
Bonwell, C. C., and Eison, J. A. Active Learning: Creating Excitement in the Classroom. Washington, DC: ASHE, 1991.
Brown, H. D. Principles of Language Learning and Teaching. New York: Pearson Education, 2007.
Dewey, J. Experience and Education. New York: Macmillan, 1938.
Godwin-Jones, R. “Emerging Technologies: Language Learning in the Age of AI.” Language Learning & Technology. Vol. 22, No. 3 (2018): 1-10.
Kolb, D. A. Experiential Learning: Experience as the Source of Learning and Development. Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall, 1984.
Piaget, J. The Origins of Intelligence in Children. New York: International Universities Press, 1952.
Prince, M. “Does active learning work?.” Journal of Engineering Education. Vol. 93 No. 3 (2004): 223-231.
Remesh, A. “Microteaching, an efficient technique for learning effective teaching.” Journal of Research in Medical Sciences. Vol. 18 No. 2 (2013): 158-163.
Richards, J. C. Communicative Language Teaching Today. Cambridge: Cambridge University Press, 2006.
Richards, J. C. Key Issues in Language Teaching. Cambridge: Cambridge University Press, 2015.
Richards, J. C., and Rodgers, T. S. Approaches and Methods in Language Teaching. 3rd ed. Cambridge: Cambridge University Press, 2014.
Storch, N. Collaborative Writing: Product, Process, and Students’ Reflections. Bristol: Multilingual Matters, 2013.
UNESCO. Artificial Intelligence and Education: Guidance for Policy-makers. Paris: UNESCO, 2021.
UNESCO. Guidance for Generative AI in Education and Research. Paris: UNESCO, 2023.
Vygotsky, L. Mind in Society: The Development of Higher Psychological Processes. Cambridge, MA: Harvard University Press, 1978.