การศึกษาแรงจูงใจในการเรียนภาษาจีนผ่านแอปพลิเคชันของนักศึกษามหาวิทยาลัย ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
คำสำคัญ:
แรงจูงใจในการเรียนรู้, ภาษาจีน, แอปพลิเคชันบทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้แอปพลิเคชันในการเรียนภาษาจีนของนักศึกษามหาวิทยาลัยในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ 2) เพื่อศึกษาแรงจูงใจภายในและแรงจูงใจภายนอกในการเรียนภาษาจีนผ่านแอปพลิเคชัน กลุ่มตัวอย่าง (ปี พ.ศ.2568) จำนวน 163 คน จากการคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของ Yamane (1973) โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ (e) เท่ากับ 0.05 จากประชากรทั้งหมด 281 คน โดยศึกษาทั้งพฤติกรรมการใช้แอปพลิเคชันและแรงจูงใจภายในและแรงจูงใจภายนอกอิงตามทฤษฎีของ Deci and Ryan (1985) ใช้แบบสอบถามเชิงโครงสร้างเป็นเครื่องมือในการวิจัย ใช้สถิติเชิงพรรณนาในการวิเคราะห์ข้อมูล และประเมินความเชื่อมั่นด้วยค่า Cronbach’s alpha = 0.876 ผลการศึกษาพบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ ร้อยละ 35.0 ใช้แอปพลิเคชันอย่างสม่ำเสมอ (ใช้ทุกวัน) ในแต่ละครั้งใช้เวลาเฉลี่ย 10–30 นาที แอปพลิเคชันยอดนิยม ได้แก่ HelloChinese (80.4%), Duolingo (66.3%) และ SuperChinese (35.0%) เนื้อหาที่เรียนมากที่สุดคือคำศัพท์และการฟัง ส่วนด้านทักษะการเขียนมีสัดส่วนต่ำที่สุด แรงจูงใจภายในมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าแรงจูงใจภายนอก โดยนักศึกษาให้ความสำคัญกับความสนุก ความภาคภูมิใจ และการพัฒนาตนเองมากกว่าการเรียนเพื่อเป้าหมายจากแรงจูงใจภายนอก ผลลัพธ์ชี้ให้เห็นว่าแรงจูงใจภายในเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการเรียนภาษาจีนผ่านแอปพลิเคชันอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
ยุพดี หวลอารมณ์ และคณะ. (2564). การจัดการเรียนการสอนภาษาจีนผ่านแอปพลิเคชันสื่อสังคมออนไลน์เพื่อสร้างเเรงจูงใจในการเรียนรู้. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, 10(1), 37–52.
วรทา รุ่งบานจิต และคณะ. (2560). แรงจูงใจในการเรียนวิชาภาษาจีนของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (รายงานการวิจัย). มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา.
ศยามล ศรสุวรรณศรี. (2563). ปัจจัยที่มีผลต่อแรงจูงใจในการเลือกเรียนภาษาเกาหลีระดับมัธยมศึกษาและระดับมหาวิทยาลัยในเขตภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย. มนุษยศาสตร์สาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 21(3), 152-176.
อธิศ ไชยคิรินทร์ และคณะ. (2568). การพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบนำตนเอง. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 15(2), 217–228.
Ary, D., et al. (2019). Introduction to Research in Education (10th ed.). Cengage Learning.
Davis, F. D. (1989). Perceived Usefulness, Perceived Ease of Use, and User Acceptance of Information Technology. MIS Quarterly, 13(3), 319–340.
Deci, E. L. and Ryan, R. M. (1985). Intrinsic and Extrinsic Motivations: Classic Definitions and New Directions. Contemporary Educational Psychology, 25(1), 54–67.
Garrison, D. R. (2003). Self Directed Learning and Distance Education. In M. G. Moore, & W. G. Anderson (Eds.) Handbook of Distance Education. (pp.161-168). Mahwah, NJ: Lawrence Erlbaum.
Godwin Jones, R. (2011). Emerging Technologies: Mobile Apps for Language Learning. Language Learning & Technology, 15(2), 2–11.
Knowles, M. (1975). Self-directed Learning: A Guide for Learners and Teachers. Follett Publishing Company.
Likert. (1961). New Patterns of Management. McGraw-Hill.
Traxler, J. (2018). Learning with Mobiles in Developing Countries – Technology, Language and Literacy. International Journal of Mobile and Blended Learning, 10(1), 1–15.
We Are Social and Meltwater. (2024). Digital 2024: Global Digital Overview. https://wearesocial.com/id/blog/2024/01/digital-2024
World Economic Forum. (2025). The Future of Jobs Report 2025. https://www.weforum. org/publications/the-future-of-jobs-report-2025
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. Harper & Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.