รูปแบบการพัฒนาการบริหารโรงเรียนประถมศึกษาสู่การเป็นโรงเรียนคุณภาพ แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
คำสำคัญ:
รูปแบบการพัฒนา, การบริหารโรงเรียนประถมศึกษาสู่การเป็นโรงเรียนคุณภาพ, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งมีความมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบการพัฒนาการบริหารของโรงเรียนประถมศึกษาสู่การเป็นโรงเรียนคุณภาพ 2) สร้างและพัฒนารูปแบบการพัฒนาการบริหารโรงเรียนประถมศึกษาสู่การเป็นโรงเรียนคุณภาพ และ 3) ศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาการบริหารโรงเรียนประถมศึกษาสู่การเป็นโรงเรียนคุณภาพ แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่างแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในขั้นตอนการวิจัยเชิงสำรวจ จำนวน 116 คน ได้มาโดยการเลือกตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) 2) กลุ่มตัวอย่างในการทดลองใช้รูปแบบ จำนวน 35 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจงและสมัครใจเข้าร่วม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบประเมิน แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถามความต้องการจำเป็น มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.97 และแบบสอบถามความพึงพอใจมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.95 การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
- องค์ประกอบการบริหารโรงเรียนประถมศึกษาสู่การเป็นโรงเรียนคุณภาพ แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มี 6 องค์ประกอบ 42 ตัวชี้วัด
- รูปแบบการพัฒนาการบริหารโรงเรียนประถมศึกษาสู่การเป็นโรงเรียนคุณภาพ แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) เนื้อหา 4) กระบวนการพัฒนา และ 5) การวัดและประเมินผล
- ผลของการทดลองใช้ รูปแบบการพัฒนาการบริหารโรงเรียนประถมศึกษาสู่การเป็นโรงเรียนคุณภาพ แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีดังนี้คือ 1) ผลการศึกษาเอกสารประกอบการพัฒนา พบว่า กลุ่มทดลองที่เข้ารับการพัฒนา ได้ศึกษาเรียนรู้และทำความเข้าใจรายละเอียดของแต่ละองค์ประกอบ ทำให้เกิดความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่เพิ่มมากขึ้น 2) ผลการอบรมเชิงปฏิบัติการพบว่ากลุ่มทดลองที่เข้ารับการพัฒนา มีค่าเฉลี่ยรวมหลังการอบรมเชิงปฏิบัติการสูงกว่าก่อนการอบรมเชิงปฏิบัติการ และมีค่าร้อยละความก้าวหน้า 45.40 3) ความพึงพอใจของกลุ่มทดลองที่เข้ารับการพัฒนา พบว่า มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 4) ผลการนิเทศ ติดตาม และการประเมินผลการพัฒนาพบว่า มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีค่าเฉลี่ยรวมในการประเมินกลุ่มทดลองที่เข้ารับการพัฒนา ครั้งที่ 5 อยู่ในระดับมากที่สุดสูงกว่าครั้งที่ 1 โดยมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2.30 มีค่าความก้าวหน้า 85.19
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา. (2013). มาตรฐานคุณภาพการศึกษา สำหรับชั้นประถมศึกษา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว. กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา.
กันตพัฒน์ มณฑา. (2561). ปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษากรุงเทพมหานคร [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยสยาม.
ฉวีวรรณ แผ่วตะคุ. (2562). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเป็นเลิศของการบริหารโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภาคตะวันออก [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยบูรพา.
ชนิดา ปากหวาน. (2565). การพัฒนาแนวทางการบริหารสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ยลพรรษย์ ศิริรัตน์. (2561). ตัวบ่งชี้คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนประถมศึกษา [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สมภาร ดอนจันดา. (2567). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการปฏิบัติงานของบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการ ตำแหน่งนักวิชาการศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคตะวันออกเฉียงเหนือ [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
สุภาวดี คำนาดี. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเข้าสู่คุณภาพการศึกษาตามเกณฑ์โรงเรียนมาตรฐานสากล. Lawarath Social E-Journal, 3(3), 123 – 134.
อนุสรา พิพิทธภัณฑ์. (2563). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงบูรณาการของครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานศึกษาธิการภาค 11 [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
อุมาพร ธรรมสมบัติ. (2563). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหารในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
Crum-Allen, P. and Palmer, L. B. (2016). Alignment of CTE centers with the Baldrige Quality Award in education criteria: Perceptions of leaders and faculty. Career and Technical Education Research, 41(1), 49–64.
Dubrin, J. (1998). Leadership: Research findings, practice, and skills. Houghton Mifflin Company.
Shanmugapriya. S. and Subramanian, K. (2016). Developing a PLS path model to investigate the factors influencing safety performance improvement in construction organizations. KSCE Journal of Civil Engineering, 20(4), 1138–1150.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.