การพัฒนารูปแบบกิจกรรมการออกกำลังกายและความรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนเทศบาลบ้านหนองใหญ่

ผู้แต่ง

  • ชีวิน อ่อนละออ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจกีฬา คณะบริหารธุรกิจ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย
  • ศิริพร น้อยวงศ์ หลักสูตรบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ คณะบริหารธุรกิจ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย
  • สวิตา อ่อนละออ หลักสูตรบัญชีบัณฑิต คณะบริหารธุรกิจ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย
  • วรวุฒิ แดงนา คณะบริหารธุรกิจ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย
  • พงศ์นิรันดร์ จันทร์ผาย คณะบริหารธุรกิจ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย

คำสำคัญ:

กิจกรรมการออกกำลังกาย, ความรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์, สมรรถภาพทางกาย

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากิจกรรมการออกกำลังกายและความรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์  ที่เหมาะสม และพัฒนารูปแบบกิจกรรมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาลบ้านหนองใหญ่ โดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) 3 ระยะ ได้แก่ 1) สำรวจสมรรถภาพกายและพฤติกรรมออนไลน์   2) ดำเนินกิจกรรม และ 3) ประเมินผล กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 43 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง ผลการวิจัยพบว่า ระยะที่ 1 นักเรียนมีสมรรถภาพทางกายระดับปานกลางถึงต่ำ โดยเฉพาะนั่งงอตัวและยืนยกเข่า ส่วนพฤติกรรมออนไลน์ส่วนใหญ่ใช้โทรศัพท์เพื่อความบันเทิงเวลา 20.01–24.00 น. วันละ 6–10 ครั้ง ระยะที่ 2 ได้รูปแบบกิจกรรม "3F Model" ประกอบด้วย 1) Fun & Enjoy     เน้นความสนุกสนาน 2) Facile & Easy ออกง่ายไม่ต้องใช้อุปกรณ์ และ 3) Firm & Healthy เน้นสุขภาพแข็งแรง หลังเข้าร่วมกิจกรรมสมรรถภาพทางกายดีขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะลุก–นั่ง 60 วินาที นักเรียนชายระดับดีมากร้อยละ 95.65 และหญิงร้อยละ 85 ระยะที่ 3 ความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.06) ช่วยพัฒนาสุขภาพกายและทัศนคติที่ดีต่อการออกกำลังกาย

ประวัติผู้แต่ง

สวิตา อ่อนละออ, หลักสูตรบัญชีบัณฑิต คณะบริหารธุรกิจ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย

อาจารย์ประจำสาขาวิชาการบัญชี

เอกสารอ้างอิง

นพดล นิ่มสุวรรณ. (2563). สมรรถภาพทางกายและพฤติกรรมการออกกำลังกายของนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาว่ายน้ำในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี.

https://so02.tcithaijo.org/index.php/edupsu/article/view/241729

ปรียาภรณ์ ประยงค์กุล และ สุภาวดี เจริญวานิช. (2567). พฤติกรรมการติดโทรศัพท์มือถือในเด็ก: ผลกระทบและการป้องกัน. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 32(4), 109-116. http://li01.tci-thaijo.org/index.php/tstj

มนชาย ภูวรกิจ, ธนัญชัย เฉลิมสุข และปรีชา ทับสมบัติ. (2565). รูปแบบการออกกำลังกายผ่านสื่อสังคมออนไลน์และความสามารถ ในการออกกําลังกายด้วยตนเองของผู้สูงอายุ. วารสารศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 9(1), 118-137. https://so14.tci-thaijo.org/index.php/jlams/issue/view/10

มนัสธนนท์ เอกโภควัฒน์. (2567). การใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์. https://prt.parliament.go.th/items/ac24bd27-871b-4f0f-995d-7ab9dbf41a76/full

สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2560). ขยับกับออกกำลังกายต่างกันอย่างไร. https://www.shorturl.asia/nPQv9

สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2562). แบบทดสอบและเกณฑ์ มาตรฐานสมรรถภาพทายกายของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา (อายุ 13 – 18 ปี).

http://www.sesalpglpn.go.th/wp-content/uploads/2021/06/physical-fitness-test_62.pdf

สุเทพ ภิญโญสวัสดิ์สกุล. (2560). พฤติกรรมการออกกาลังกายของครูพลศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39. [วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

สุพิตร สมาหิโต. (2549). การสร้างแบบทดสอบและเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพสําหรับเด็กไทย อายุ 7 - 18 ปี (รายงานการวิจัย). พี.เอส.ปริ้นท์.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-30

รูปแบบการอ้างอิง

อ่อนละออ ช. . ., น้อยวงศ์ ศ. . ., อ่อนละออ ส., แดงนา ว. . ., & จันทร์ผาย พ. . (2026). การพัฒนารูปแบบกิจกรรมการออกกำลังกายและความรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนเทศบาลบ้านหนองใหญ่. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 16(1), 302–314. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/neuarj/article/view/284225

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย