แนวทางการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2

ผู้แต่ง

  • โยษิตา ทีนะกุล หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด
  • ภัทรวรรณ คำแปล หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด

คำสำคัญ:

แนวทางการบริหารงานวิชาการ, โรงเรียนขนาดเล็ก, การบริหารสถานศึกษา

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 2) ศึกษาแนวทางการบริหารงานวิชาการ และ 3) ประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของแนวทาง ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน โดยแบ่งการศึกษาเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาวิเคราะห์สภาพการดำเนินงานในปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนขนาดเล็ก ประชากรจำนวน 1,020 คน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 278 คน จำแนกเป็นผู้บริหารสถานศึกษา 46 คน และครู 232 คน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามสภาพปัจจุบัน ที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.983 และแบบสอบถามสภาพที่พึงประสงค์ มีค่าความเชื่อมั่น 0.976 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้ (PNImodified) ในการจัดลำดับความสำคัญของความต้องการจําเป็น ระยะที่ 2 การศึกษา และประเมินแนวทาง โดยใช้การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง และนำข้อมูลที่ได้มาสังเคราะห์ เป็นแนวทางการบริหารงานวิชาการ ดำเนินการประเมินความเหมาะสม และความเป็นไปได้ของแนวทาง โดยสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน จากการวิจัย พบว่า สภาพปัจจุบันของการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขนาดเล็ก อยู่ในระดับมาก สภาพที่ประสงค์ อยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน ด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด เมื่อพิจารณาลำดับความต้องการจำเป็น สะท้อนว่าประเด็นที่ควรได้รับการพัฒนาสามลำดับแรก ได้แก่ ด้านการพัฒนาสื่อและเทคโนโลยี การวัดผลและประเมินผล และการนิเทศการศึกษา แนวทางการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 มีทั้งหมด 6 ด้าน 34 แนวทาง และผลการประเมินค่าความเหมาะสม เท่ากับ 4.72 อยู่ระดับมากที่สุด และค่าความเป็นไปได้ อยู่ระดับมาก มีค่าเท่ากับ 4.39

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2550ก). กฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอำนาจ การบริหารและการจัดการศึกษา พ.ศ. 2550. กระทรวงศึกษาธิการ.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2550ข). แนวทางปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ. ที.เอส บี. โปรดักส์.

ฉวีวรรณ เฟื่องทอง. (2561). รูปแบบการบริหารงานวิชาการโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน. [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี.

ชาติธนา พิชญชานันท์. (2564). รูปแบบการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี, 13(1), 262-270.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาสน์.

ประวินา ราชแสง. (2565). การบริหารงานวิชาการในโรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย.

ปรัตถกรณ์ กองนาคู. (2564). การพัฒนาแนวทางการบริหารวิชาการ สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต].มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

มยุรี รินศรี. (2564). การบริหารงานวิชาการของโรงเรียรนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 3. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยพะเยา.

รัชนีเพ็ญ พลเยี่ยม. (2560). การวิจัยทางการศึกษา. อภิชาตการพิมพ์.

เรืองฤทธิ์ อรรคชัย. (2563). การพัฒนาแนวทางการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

วรัชญา ขวัญแก้ว. (2565). แนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขนาดเล็ก ตามแนวคิดสะตีมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3. [วิทยานิพนธ์ปริญญา มหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยรังสิต.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2. (2568). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน

พ.ศ. 2566–2570 (ฉบับทบทวน) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568. https://www.ret2.go.th/ict/

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2556). คู่มือบริหารโรงเรียนในโครงการพัฒนาการบริหารรูปแบบนิติบุคคล. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

อาคม ยุพานิชย์. (2565). การบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชธานี.

Campbell, D. T., Stanley, J. C. and Gage, N. L. (1977). Experimental and quasi-experimental designs for research. Houghton Mifflin.

Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334.

Krejcie, R. V. and Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 22(140), 1–55.

Sergiovanni, T. J., Burlingame, M., Coombs, F. S. and Thurston, P. W. (1980). Educational governance and administration (2nd ed.). Prentice-Hall.

Straková, J.,Simonová, J., and Greger, D. (2018). Improving mathematics results: Does teachers’ academic optimism matter? A study of lower secondary schools, School Effectiveness and School Improvement, 29(3), 446-463.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-29

รูปแบบการอ้างอิง

ทีนะกุล โ., & คำแปล ภ. . (2026). แนวทางการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 16(2), 59–72. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/neuarj/article/view/287564

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย