คำแนะนำสำหรับผู้ทรงคุณวุฒิ

DOUBLE-BLIND PEER REVIEW

การประเมินที่เป็นธรรม สร้างสรรค์ และรักษาความลับ

ผู้ทรงคุณวุฒิมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ JIL พิจารณาว่าต้นฉบับมีความเข้มแข็ง เป็นผลงานใหม่ โปร่งใส และมีคุณค่าต่อสาขาวิชาหรือไม่ รายงานประเมินควรสนับสนุนการตัดสินใจของบรรณาธิการอย่างมีเหตุผลและช่วยให้ผู้เขียนพัฒนาผลงานได้

เป็นอิสระ ● มีหลักฐาน ● ให้เกียรติ ● ตรงเวลา
1 สัปดาห์ตอบรับหรือปฏิเสธคำเชิญ
3 สัปดาห์ประเมินและส่งผลผ่านระบบ
เกินกำหนด 3 วันระบบส่งอีเมลแจ้งเตือน

ก่อนตอบรับคำเชิญประเมิน

  1. ตรวจสอบความเชี่ยวชาญตอบรับเมื่อมีความรู้เพียงพอที่จะประเมินต้นฉบับ และแจ้งบรรณาธิการหากมีส่วนใดอยู่นอกขอบเขตความเชี่ยวชาญ
  2. ตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อนเปิดเผยความสัมพันธ์ส่วนบุคคล วิชาชีพ การเงิน วิชาการ หรือสถาบันที่อาจมีผลหรือดูเหมือนมีผลต่อการตัดสิน หากไม่แน่ใจให้สอบถามบรรณาธิการ
  3. ตรวจสอบเวลาที่สามารถทำได้ตอบรับหรือปฏิเสธคำเชิญภายใน 1 สัปดาห์ หากตอบรับให้ประเมินและส่งผลอย่างรอบคอบภายในระยะเวลา 3 สัปดาห์ที่แสดงในระบบ หากทำไม่ได้ให้ปฏิเสธโดยเร็วหรือขอขยายเวลาก่อนถึงกำหนด
  4. รักษา Double-blind reviewไม่พยายามค้นหาหรือติดต่อผู้เขียน หากคาดเดาตัวผู้เขียนได้และอาจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนให้หยุดและแจ้งบรรณาธิการ
การปฏิเสธคำเชิญเป็นสิ่งที่เหมาะสม

ควรปฏิเสธเมื่อต้นฉบับอยู่นอกความเชี่ยวชาญ มีความขัดแย้งที่อาจกระทบความเป็นกลางหรือไม่สามารถส่งผลประเมินได้ตามกำหนด การแจ้งโดยเร็วช่วยลดความล่าช้า

การรักษาความลับและความซื่อสัตย์ในการวิจัย

  • เก็บคำเชิญ ต้นฉบับ ไฟล์ประกอบ รายงานประเมิน และการติดต่อกับกองบรรณาธิการไว้เป็นความลับ
  • ไม่แบ่งปันต้นฉบับหรือให้บุคคลอื่น รวมถึงนักศึกษาหรือเพื่อนร่วมงานมีส่วนในการประเมินโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการก่อน บุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ช่วยประเมินต้องได้รับการแจ้งชื่อแก่วารสาร
  • ไม่นำข้อมูล วิธีการ ผลการวิจัย หรือแนวคิดที่ยังไม่เผยแพร่ไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนหรือผู้อื่น หรือใช้ให้เกิดผลเสียแก่บุคคลอื่น
  • ไม่ติดต่อผู้เขียนโดยตรง ให้สื่อสารคำถามและคำขอผ่านบรรณาธิการและระบบ ThaiJO
  • ไม่สืบสวนข้อสงสัยด้านจริยธรรมด้วยตนเองให้รายงานต่อบรรณาธิการเป็นความลับ พร้อมระบุตำแหน่งและหลักฐานที่มี
ห้ามอัปโหลดต้นฉบับที่อยู่ระหว่างการพิจารณาหรือส่วนใดส่วนหนึ่งลงใน GenAI หรือเครื่องมือ AI-assisted

การกระทำดังกล่าวอาจละเมิดการรักษาความลับและลิขสิทธิ์ อีกทั้ง เครื่องมืออาจสร้างข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ไม่สมบูรณ์ หรือลำเอียง ผู้ทรงคุณวุฒิยังคงต้องรับผิดชอบต่อรายงานประเมินด้วยตนเอง

อ่านจริยธรรมการตีพิมพ์ของ JIL →

เกณฑ์การประเมินบทความ

เกณฑ์ร่วมสำหรับทุกบทความ

  • ขอบข่ายและความเกี่ยวข้อง: หัวข้ออยู่ในสาขาของ JIL และมีความสำคัญต่อผู้อ่านของวารสาร
  • ความใหม่และคุณูปการ: ต้นฉบับระบุสิ่งที่เพิ่มพูนต่อองค์ความรู้ การปฏิบัติ หรือการวิจัยต่อไปอย่างชัดเจน
  • ความเข้มแข็งทางวิชาการ: ข้อโต้แย้ง หลักฐาน และวิธีการมีความเหมาะสม โปร่งใส และสอดคล้องกัน
  • ผลลัพธ์และข้อสรุป: ข้อกล่าวอ้างได้รับการสนับสนุนจากหลักฐานและมีการระบุข้อจำกัด
  • โครงสร้างและความชัดเจน: ต้นฉบับมีความต่อเนื่องและเข้าใจได้ ผู้ทรงคุณวุฒิควรประเมินความหมายและการสื่อสารทางวิชาการ ไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจแก้ภาษา
  • เอกสารอ้างอิง: แหล่งข้อมูลเกี่ยวข้อง สมดุล และทันสมัยเพียงพอ การเสนอให้อ้างอิงเพิ่มเติมต้องมีเหตุผลทางวิชาการ
  • จริยธรรมและความโปร่งใส: มีการรายงานสถานะจริยธรรม แหล่งทุน ผลประโยชน์ทับซ้อน และคำประกาศที่เกี่ยวข้องอย่างสอดคล้อง

บทความวิจัย (RESEARCH ARTICLE)

ประเด็นที่ควรพิจารณา

  • ปัญหา วัตถุประสงค์ หรือคำถามวิจัยมีความชัดเจนและสำคัญหรือไม่
  • การออกแบบการวิจัยเหมาะสมและอธิบายเพียงพอให้เข้าใจหรือทำซ้ำได้หรือไม่
  • ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือ การเก็บข้อมูล และการควบคุมคุณภาพเหมาะสมหรือไม่
  • การวิเคราะห์และการตีความมีความถูกต้องทางวิชาการหรือไม่
  • ผลการวิจัยรายงานอย่างชัดเจน โดยไม่มีการสร้างข้อมูล บิดเบือน เลือกรายงาน หรือกล่าวอ้างเกินหลักฐานหรือไม่
  • การอภิปรายเชื่อมโยงผลกับงานเดิม ข้อจำกัด และการนำไปใช้หรือไม่
  • เมื่องานเกี่ยวข้องกับผู้เข้าร่วมวิจัยหรือข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้ มีการระบุและสนับสนุนสถานะด้านจริยธรรมเพียงพอหรือไม่

บทความวิชาการ (REVIEW ARTICLE)

ประเด็นที่ควรพิจารณา

  • คำถาม วัตถุประสงค์ และขอบเขตของการทบทวนชัดเจนหรือไม่
  • แนวทางค้นหาและคัดเลือกวรรณกรรมเหมาะสมและโปร่งใสเพียงพอตามประเภทของบทความวิชาการหรือไม่
  • วรรณกรรมที่ครอบคลุมมีความเกี่ยวข้อง สมดุล และทันสมัยเพียงพอหรือไม่
  • ต้นฉบับสังเคราะห์และวิเคราะห์หลักฐานเชิงวิพากษ์มากกว่าการเรียงรายการหรือสรุปแหล่งข้อมูลหรือไม่
  • กล่าวถึงหลักฐานที่ขัดแย้ง ข้อจำกัด และช่องว่างความรู้หรือไม่
  • ข้อสรุปสอดคล้องกับหลักฐานที่ทบทวนและสร้างคุณูปการทางวิชาการหรือไม่

การเขียนรายงานประเมินที่เป็นประโยชน์

1. ภาพรวมโดยย่อ

สรุปวัตถุประสงค์และคุณูปการของต้นฉบับด้วยถ้อยคำของตน ระบุจุดแข็งสำคัญและปัญหาหลักที่มีผลต่อการตัดสินใจ

2. ข้อคิดเห็นสำคัญ (Major comments)

ระบุประเด็นที่มีผลต่อความถูกต้อง การตีความ หรือคุณูปการ อธิบายว่าเหตุใดจึงสำคัญและต้องแก้ไขหรือชี้แจงอย่างไร

3. ข้อคิดเห็นย่อย (Minor comments)

ระบุปัญหาเฉพาะจุด เช่น ถ้อยคำไม่ชัด คำจำกัดความ ตาราง/ภาพ หรือเอกสารอ้างอิง พร้อมระบุหน้า หัวข้อ ย่อหน้า หรือบรรทัดเมื่อทำได้

4. ข้อเสนอแนะผลประเมิน

เลือกตัวเลือกในระบบที่สอดคล้องกับรายงาน และตรวจให้ข้อเสนอแนะผลประเมินกับความคิดเห็นที่เขียนมีความสอดคล้องกัน

เขียนข้อคิดเห็นให้ปฏิบัติตามได้และให้เกียรติ

  • ระบุให้เฉพาะเจาะจง เป็นกลาง และสร้างสรรค์ พร้อมให้เหตุผลหรือหลักฐานแก่ข้อวิจารณ์ที่สำคัญ
  • มุ่งที่ต้นฉบับ ไม่ใช่ตัวตน คุณลักษณะ หรือแรงจูงใจที่คาดเดาของผู้เขียน
  • ไม่เขียนต้นฉบับใหม่ให้เป็นสำนวนที่ตนชอบ หากข้อความเดิมชัดเจนอยู่แล้ว
  • แยกการแก้ไขที่จำเป็นต่อการสนับสนุนข้อสรุปออกจากงานเพิ่มเติมที่เป็นเพียงการขยายขอบเขตการศึกษา
  • ไม่ขอให้ผู้เขียนอ้างผลงานของตนหรือผู้เกี่ยวข้องเพียงเพื่อเพิ่มจำนวนการอ้างอิง
  • หลีกเลี่ยงข้อความก้าวร้าว ดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือทำให้ระบุตัวผู้ทรงคุณวุฒิได้

Comments to Authors

ใส่ข้อคิดเห็นเชิงสาระที่ผู้เขียนต้องใช้ทำความเข้าใจและตอบกลับการประเมิน ไม่เปิดเผยตัวตนหรือข้อเสนอแนะผลประเมิน หากแบบฟอร์มแยกส่วนนั้นไว้ต่างหาก

Confidential Comments to Editors

ใช้สำหรับผลประโยชน์ทับซ้อน ข้อสงสัยด้านจริยธรรม ประเด็นอ่อนไหว หรือบริบทที่จำเป็นต่อการตัดสินใจแต่ไม่ควรส่งให้ผู้เขียน ไม่ใช้พื้นที่นี้กล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานหรือเขียนขัดกับรายงานที่ผู้เขียนเห็น

การเลือกข้อเสนอแนะผลประเมิน

ให้ใช้ชื่อตัวเลือกที่ปรากฏจริงในแบบประเมินของ ThaiJO คำอธิบายต่อไปนี้แสดงระดับการแก้ไขโดยทั่วไป ส่วนบรรณาธิการเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย

รับตีพิมพ์ (Accept)ต้นฉบับพร้อมตีพิมพ์ในสภาพปัจจุบัน นอกจากการแก้ไขระดับการผลิต
แก้ไขเล็กน้อย (Minor revision)ต้องแก้ไขเฉพาะจุด โดยไม่เปลี่ยนวิธีการ หลักฐาน หรือข้อสรุปหลัก
แก้ไขมาก (Major revision)ต้องปรับแก้สาระสำคัญ วิเคราะห์เพิ่มเติม หรือชี้แจงประเด็นหลักก่อนพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง
ปฏิเสธ (Decline)มีข้อจำกัดพื้นฐานด้านขอบข่าย ความใหม่ การออกแบบ หลักฐาน จริยธรรม หรือการตีความที่ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างสมเหตุสมผล
ข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา ไม่ใช่คำตัดสินของบรรณาธิการ

การส่งผลประเมินและขั้นตอนหลังจากนั้น

  1. กรอกทุกช่องที่ระบบกำหนดและอัปโหลดไฟล์เมื่อจำเป็น ลบชื่อ และข้อมูลที่ระบุตัวตนออกจากไฟล์ที่มีคำอธิบายประกอบ
  2. ตรวจความสอดคล้องระหว่างความคิดเห็นถึงผู้เขียน ความคิดเห็นลับถึงบรรณาธิการ และข้อเสนอแนะผลประเมินก่อนส่งผ่าน ThaiJO
  3. แจ้งบรรณาธิการทันทีเมื่อต้องขยายเวลา หรือพบข้อมูลสำคัญภายหลังส่งรายงานแล้ว หากยังไม่ส่งผลประเมิน ระบบจะส่งอีเมลแจ้งเตือนโดยอัตโนมัติเมื่อพ้นกำหนดประเมิน 3 วัน ทั้งนี้อีเมลดังกล่าวไม่ได้เป็นการขยายกำหนดเวลา
  4. เมื่อได้รับเชิญให้ประเมินฉบับแก้ไขให้เน้นตรวจว่าผู้เขียนตอบประเด็นเดิมครบหรือไม่ และการแก้ไขก่อให้เกิดปัญหาใหม่หรือไม่
  5. รักษาความลับต่อไปหลังเสร็จสิ้นการประเมิน และลบสำเนาที่เก็บไว้ในอุปกรณ์เมื่อไม่จำเป็นต้องใช้อีก