ประกาศเปลี่ยนรูปแบบการอ้างอิง
2025-02-09
วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.) เปลี่ยนรูปแบบการอ้างอิงจาก APA 6th Edition เป็น APA 7th Edition
Journal of Association of Professional Development of Educational Administration of Thailand (JAPDEAT)
วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.)
ISSN 3027-8813 (Online)
สมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 119 หมู่ที่ 9 ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ มีการแต่งตั้งกรรมการของสมาคมขึ้นใหม่ทั้งชุด หรือการเปลี่ยนแปลงกรรมการของสมาคม และนายทะเบียนสมาคม จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับจดทะเบียน แต่งตั้งกรรมการของสมาคมขึ้นใหม่ทั้งชุด ตามมาตรา 85 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว
สมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย โดยนายกสมาคม รองศาสตราจารย์ ดร.จิณณวัตร ปะโคทัง และคณะกรรมการบริหารสมาคมได้มีดำริในการพัฒนาวารสารวิชาการวิชาการเพื่อเป็นพื้นที่ตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิชาการ ผลงานวิจัย บทความวิชาการของนักวิจัย นักวิชาการ และผู้สนใจทั่วไป ในนามสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย และพัฒนาให้เป็นไปตามมาตรฐานของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI)
2025-02-09
วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.) เปลี่ยนรูปแบบการอ้างอิงจาก APA 6th Edition เป็น APA 7th Edition
2025-02-08
วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (JAPDEAT) ISSN 3027-8813 (Online) ได้รับการรับรองจากศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) ให้อยู่ในฐาน 2 ตั้งแต่ปี 2568-25722025-02-08
วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย ขอประกาศค่าธรรมเนียมตีพิมพ์บทความในวารสาร ตามเอกสารดังแนบในประกาศ
2024-05-17
ประกาศวารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.)
วารสารขอแจ้งยกเลิก Print-ISSN เดิม คือ 2730-4183 โดยจะใช้ E-ISSN ใหม่ คือ 3027-8813 และจะตีพิมพ์เผยแพร่วารสารออนไลน์เพียงอย่างเดียว ตั้งแต่่ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 (เมษายน-มิถุนายน 2567) เป็นต้นไป
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 (2026): วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.) ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 (มกราคม-มีนาคม 2569)
ในยุคที่ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและบริบททางสังคมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว วงการศึกษาไทยจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อก้าวให้ทันต่อความท้าทายใหม่ๆ บทความวิจัยจำนวน 35 บทความในวารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.) ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 (มกราคม-มีนาคม 2569) นี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของนักวิชาการและบุคลากรทางการศึกษาในการแสวงหาแนวทางพัฒนาสมรรถนะ การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทั้งผู้เรียนและผู้ปฏิบัติงาน โดยครอบคลุมพื้นที่การศึกษาที่หลากหลาย ประเด็นที่โดดเด่นและเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษาไทยในขณะนี้ คือ การพัฒนาสมรรถนะและทักษะในยุคดิจิทัล โดยพบว่ามีการให้ความสำคัญกับสมรรถนะด้านนวัตกรรมของนักเรียน รวมถึงทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลที่ส่งผลโดยตรงต่อการปฏิบัติงานและประสิทธิผลงานวิชาการ สิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่ใช่เพียงเครื่องมือเสริม แต่เป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางการจัดการเรียนรู้และการบริหารงานในอนาคต ดังจะเห็นได้จากการศึกษาความต้องการจำเป็นในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารงานงบประมาณในพื้นที่ศรีสะเกษ อีกแง่มุมหนึ่งที่น่าสนใจคือ การบริหารงานเชิงคุณภาพและการประเมินความต้องการจำเป็นในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารโรงเรียนคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน การจัดการทรัพยากรทางการศึกษาของโรงเรียนขยายโอกาส และการบริหารตามหลักธรรมาภิบาล นอกจากนี้ ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนยังเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่งานวิจัยในฉบับนี้ให้ความสำคัญโดยมีการนำรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมและแนวคิดเชิงระบบมาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้เรียน ในด้านการบริหาร มีประเด็นภาวะผู้นำและแรงจูงใจ ทั้งภาวะผู้นำที่แท้จริงและภาวะผู้นำทางวิชาการในยุคพลิกผัน ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างความสุขในการทำงานของครู
บทความวิจัยทั้ง 35 เรื่องนี้ ไม่ได้เป็นเพียงผลผลิตทางวิชาการที่รวบรวมข้อมูลตามระเบียบวิธีวิจัยเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ "คนทำงาน" ที่พยายามถอดบทเรียนจากปัญหาจริงในสถานศึกษามาสู่ข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทักษะการสืบเสาะ หรือการใช้กระบวนการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ในการนิเทศภายใน ทุกองค์ความรู้ล้วนเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนองคาพยพทางการศึกษาไทยให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างมีทิศทาง กองบรรณาธิการขอขอบพระคุณผู้นิพนธ์ทุกท่านที่ได้ร่วมแบ่งปันผลงานอันทรงคุณค่า และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเนื้อหาสาระในเล่มนี้ จะช่วยจุดประกายไฟแห่งการเรียนรู้ ให้ผู้อ่านทุกท่านนำไปต่อยอดเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป
เผยแพร่แล้ว: 2026-03-18